ในหลักไวยากรณ์หรือ Grammar ภาษาอังกฤษ หลายคนที่เริ่มเรียนภาษาอังกฤษ ประโยคอย่าง “She sings beautiful” แปลว่าเธอร้องเพลงได้เพราะ หลายอาจจะเข้าใจว่าถูกหลักไวยากรณ์ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย เพราะคำว่า beautiful เป็นคำคุณศัพท์หรือ Adjective ที่ใช้ขยายคำนามเท่านั้น ไม่สามารถใช้ขยายคำกริยาหรือ Verb ประโยคที่ถูกต้องคือ “She sings beautifully” ซึ่งต้องเปลี่ยนมาใช้เป็น Adverb แทน จุดนี้เองที่ทำให้ Adverb กลายเป็นหนึ่งใน 4 ชนิดของคำหลัก (Word Class) ที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษทุกคนต้องเข้าใจให้แม่นยำ เพราะถ้าใช้ผิด ความหมายของประโยคอาจเพี้ยนไปทันที หรือฟังดูไม่เป็นธรรมชาติแบบเจ้าของภาษา
บทความนี้ Guru English จะพาไปรู้จักแบบละเอียดลึกว่า Adverb คืออะไร ทำหน้าที่อะไรบ้าง มีกี่ประเภท แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร วิธีสร้าง Adverb จาก Adjective ตำแหน่งการวางในประโยคที่ถูกต้อง ไปจนถึงข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด พร้อมตัวอย่างประโยคจริงในทุกหัวข้อ
Adverb คืออะไร? ทำหน้าที่อะไรบ้าง?
Adverb (กริยาวิเศษณ์) คือ คำที่ใช้ขยายความให้กับคำอื่นในประโยค เพื่อบอกรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น ทำอย่างไร ทำเมื่อไหร่ ทำที่ไหน ทำบ่อยแค่ไหน หรือมากน้อยเพียงใด
โดย Adverb สามารถขยายคำได้ถึง 4 แบบหลัก ๆ ดังนี้
- ขยาย Verb (คำกริยา) — บอกว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นอย่างไร
- She sings beautifully. (เธอร้องเพลงอย่างไพเราะ)
- He drives carefully. (เขาขับรถอย่างระมัดระวัง)
- ขยาย Adjective (คำคุณศัพท์) — บอกระดับหรือความเข้มข้นของคุณศัพท์นั้น
- This is an extremely difficult exam. (ข้อสอบนี้ยากมาก)
- She is quite tall. (เธอค่อนข้างสูง)
- ขยาย Adverb ตัวอื่น — เพิ่มระดับให้กับ Adverb ที่ขยายอยู่แล้ว
- He runs very quickly. (เขาวิ่งเร็วมาก)
- She speaks too softly. (เธอพูดค่อยเกินไป)
- ขยายทั้งประโยค — แสดงทัศนคติหรือความคิดเห็นของผู้พูดต่อเนื้อหาทั้งหมด
- Honestly, I don’t like this movie. (พูดตรง ๆ ฉันไม่ชอบหนังเรื่องนี้)
- Unfortunately, we missed the bus. (โชคไม่ดีที่เราตกรถบัส)
ข้อสังเกตสำคัญที่หลายคนเข้าใจผิดคือ ไม่ใช่ทุกคำที่ลงท้ายด้วย -ly จะเป็น Adverb เช่น friendly, lovely, lonely ที่จริงแล้วเป็น Adjective และในทางกลับกัน Adverb หลายคำก็ไม่ได้ลงท้ายด้วย -ly เลย เช่น fast, hard, well, never, always, soon, here, there จุดนี้ทำให้การจำแค่รูปคำอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องดูจากหน้าที่ในประโยคเป็นหลัก
Adverb มีกี่ประเภท?
Adverb สามารถแบ่งประเภทได้เป็น 8 ประเภทหลัก ๆ ตามหน้าที่ในการขยายความ
1. Adverb of Manner (กริยาวิเศษณ์บอกลักษณะอาการ)
ใช้ตอบคำถามว่า “อย่างไร” (How) บอกลักษณะหรือวิธีการที่การกระทำนั้นเกิดขึ้น ส่วนใหญ่เกิดจากการเติม -ly ท้าย Adjective
คำที่ใช้บ่อย: quickly, slowly, carefully, happily, quietly, well, badly, hard
ตัวอย่าง:
- She drives carefully in the rain. (เธอขับรถอย่างระมัดระวังตอนฝนตก)
- He speaks English fluently. (เขาพูดภาษาอังกฤษได้คล่อง)
โดยทั่วไป Adverb of Manner จะวางไว้หลัง Verb หรือหลังกรรม (Object) ของประโยค
2. Adverb of Time (กริยาวิเศษณ์บอกเวลา)
ใช้ตอบคำถามว่า “เมื่อไหร่” (When) บอกช่วงเวลาที่เหตุการณ์เกิดขึ้น
คำที่ใช้บ่อย: now, then, today, yesterday, tomorrow, soon, already, yet, still, later
ตัวอย่าง:
- I will call you tomorrow. (ฉันจะโทรหาคุณพรุ่งนี้)
- She has already finished her homework. (เธอทำการบ้านเสร็จแล้ว)
Adverb of Time มักวางไว้ท้ายประโยค หรือวางต้นประโยคเพื่อเน้นย้ำช่วงเวลา และมักใช้คู่กับ Tense ที่สอดคล้องกัน เช่น already/yet มักใช้กับ Present Perfect Tense
3. Adverb of Place (กริยาวิเศษณ์บอกสถานที่)
ใช้ตอบคำถามว่า “ที่ไหน” (Where) บอกตำแหน่งหรือทิศทางของการกระทำ
คำที่ใช้บ่อย: here, there, everywhere, outside, inside, upstairs, nearby, abroad
ตัวอย่าง:
- They live nearby. (พวกเขาอาศัยอยู่ใกล้ ๆ)
- Put the book there. (วางหนังสือไว้ตรงนั้น)
4. Adverb of Frequency (กริยาวิเศษณ์บอกความถี่)
ใช้ตอบคำถามว่า “บ่อยแค่ไหน” (How often) บอกความถี่ของการกระทำ
คำที่ใช้บ่อย: always, usually, often, sometimes, rarely, seldom, never
ตัวอย่าง:
- She always arrives on time. (เธอมาตรงเวลาเสมอ)
- I rarely eat fast food. (ฉันแทบไม่กินอาหารจานด่วนเลย)
จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ ตำแหน่งการวาง — Adverb of Frequency จะวาง หน้ากริยาแท้ แต่วาง หลัง verb to be หรือกริยาช่วย เสมอ เช่น “She always smiles.” แต่ “She is always happy.”
5. Adverb of Degree (กริยาวิเศษณ์บอกระดับ/ปริมาณ)
ใช้ตอบคำถามว่า “มากน้อยแค่ไหน” บอกระดับความเข้มข้นของ Adjective หรือ Adverb อื่น
คำที่ใช้บ่อย: very, quite, too, so, almost, extremely, rather, just, enough
ตัวอย่าง:
- This coffee is too hot. (กาแฟนี้ร้อนเกินไป)
- She is extremely talented. (เธอมีพรสวรรค์มาก)
ส่วนใหญ่ Adverb of Degree จะวางไว้หน้าคำที่มันขยาย ยกเว้นคำว่า enough ที่ต้องวางหลังเสมอ เช่น “This box is big enough.” (ไม่ใช่ enough big)
6. Adverb of Affirmation and Negation (กริยาวิเศษณ์บอกการยืนยันและปฏิเสธ)
ใช้แสดงความมั่นใจ การยืนยัน หรือการปฏิเสธต่อข้อความในประโยค
คำที่ใช้บ่อย: certainly, definitely, surely, indeed, not, never
ตัวอย่าง:
- He definitely knows the answer. (เขารู้คำตอบแน่นอน)
- She is not coming today. (เธอจะไม่มาวันนี้)
7. Interrogative Adverb (กริยาวิเศษณ์ใช้ตั้งคำถาม)
ใช้ขึ้นต้นประโยคคำถามเพื่อถามเกี่ยวกับเวลา สถานที่ เหตุผล หรือวิธีการ
คำที่ใช้: when, where, why, how
ตัวอย่าง:
- Where do you live? (คุณอาศัยอยู่ที่ไหน)
- How did you solve this problem? (คุณแก้ปัญหานี้อย่างไร)
8. Conjunctive Adverb (กริยาวิเศษณ์เชื่อมประโยค)
ใช้เชื่อมความคิดหรือประโยคสองประโยคเข้าด้วยกัน แสดงความสัมพันธ์ เช่น ขัดแย้ง เป็นเหตุเป็นผล หรือลำดับเหตุการณ์ มักตามหลังเครื่องหมายวรรคตอนภาษาอังกฤษอย่าง เซมิโคลอน (;) หรือวางต้นประโยคใหม่พร้อมจุลภาค (,)
คำที่ใช้บ่อย: however, therefore, moreover, nevertheless, otherwise, meanwhile, furthermore
ตัวอย่าง:
- I was tired; however, I finished the report. (ฉันเหนื่อยมาก อย่างไรก็ตามฉันทำรายงานเสร็จ)
- She studied hard; therefore, she passed the exam. (เธอตั้งใจเรียนมาก ดังนั้นเธอจึงสอบผ่าน)

ตาราง Adverb แต่ละประเภท
เพื่อให้เข้าใจ Adverb ได้ง่ายมากขึ้น ตารางนี้จะเป็นตัวช่วยที่ดี
| ประเภท Adverb | ตอบคำถาม | คำที่ใช้บ่อย | ตัวอย่างประโยค |
| Adverb of Manner | อย่างไร | quickly, carefully, well, beautifully | She sings beautifully. |
| Adverb of Time | เมื่อไหร่ | now, yesterday, already, tomorrow | I will call you tomorrow. |
| Adverb of Place | ที่ไหน | here, there, nearby | They live nearby. |
| Adverb of Frequency | บ่อยแค่ไหน | always, often, never | She always arrives on time. |
| Adverb of Degree | มากน้อยแค่ไหน | very, too, extremely | This coffee is too hot. |
| Affirmation / Negation | ยืนยัน / ปฏิเสธ | definitely, certainly, not | He definitely knows the answer. |
| Interrogative Adverb | คำถาม | when, where, why, how | Where do you live? |
| Conjunctive Adverb | เชื่อมประโยค | however, therefore, moreover | She studied hard; therefore, she passed. |
การสร้าง Adverb จาก Adjective (กฎการเติม -ly)
Adverb ส่วนใหญ่สร้างจาก Adjective โดยการเติม -ly แต่มีกฎการสะกดที่ต้องรู้เพิ่มเติม ดังนี้
- กรณีทั่วไป เติม -ly ต่อท้ายได้เลย: quick → quickly, slow → slowly, careful → carefully
- Adjective ลงท้ายด้วย -y ให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม -ly: happy → happily, easy → easily, lucky → luckily
- Adjective ลงท้ายด้วย -le ให้ตัด e ออกแล้วเติม -y: gentle → gently, simple → simply, probable → probably
- Adjective ลงท้ายด้วย -l ให้เติม -ly ตามปกติ แต่จะได้ l สองตัวติดกัน: careful → carefully, beautiful → beautifully
- Adjective ลงท้ายด้วย -ic ให้เติม -ally: basic → basically, tragic → tragically (ยกเว้น public → publicly)
- Adjective ลงท้ายด้วย -ue ให้ตัด e ออกก่อนเติม -ly: true → truly, due → duly
Adverb ที่ไม่ได้เติม -ly (Irregular Adverbs)
มี Adverb กลุ่มหนึ่งที่มีรูปแบบคล้ายกับ Adjective ทุกอย่างโดยที่ไม่ต้องเติม -ly เลย เช่น Fast, hard, late, early, straight, high, near
- He is a fast runner. (fast เป็น Adjective ขยายคำนาม runner)
- He runs fast. (fast เป็น Adverb ขยาย verb runs)
ที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือคำว่า good ซึ่ง Adverb ของมันไม่ใช่ “goodly” แต่เปลี่ยนรูปไปเป็น well เช่น “She is a good singer.” (Adjective) เทียบกับ “She sings well.” (Adverb)
อีกจุดที่เรามักสับสนบ่อยคือคำที่หน้าตาคล้ายกันแต่ความหมายต่างกันโดยสิ้นเชิงเมื่อเติม -ly เข้าไป เช่น
- hard (หนัก/หนักหน่วง) ≠ hardly (แทบจะไม่)
- late (สาย) ≠ lately (เมื่อเร็ว ๆ นี้)
- near (ใกล้) ≠ nearly (เกือบจะ)
- high (สูง) ≠ highly (อย่างมาก, ในระดับสูง เชิงนามธรรม)
หลักการใช้ Adverb อย่างถูกต้อง
นอกจากเรื่องประเภทและตำแหน่งแล้ว ยังมีหลักการใช้ที่ต้องระวังเพื่อไม่ให้ใช้ Adverb ผิดพลาด
- อย่าใช้ Adjective แทน Adverb ในการขยาย Verb
- ❌ She sings beautiful.
- ✅ She sings beautifully.
- ระวัง Linking Verb — ต้องตามด้วย Adjective ไม่ใช่ Adverb
จุดนี้เชื่อมโยงกับเรื่อง Linking Verb โดยตรง เพราะ Linking Verb เช่น be, seem, look, feel, taste, sound ทำหน้าที่เชื่อมประธานกับคำที่อธิบายตัวประธานเอง จึงต้องตามด้วย Adjective เท่านั้น
- ❌ She looks beautifully. (looks ในที่นี้เป็น Linking Verb)
- ✅ She looks beautiful. (อธิบายลักษณะของ “she” ไม่ใช่ขยายการกระทำ)
- แยกให้ออกระหว่าง Good กับ Well
Good เป็น Adjective (ใช้ขยายคำนาม) ส่วน Well เป็น Adverb ที่มาจาก good (ใช้ขยาย verb) แต่ well ก็สามารถเป็น Adjective ได้เช่นกันเมื่อหมายถึง “สุขภาพดี”
- He is a good teacher. (Adjective ขยาย teacher)
- He teaches well. (Adverb ขยาย teaches)
- I feel well today. (Adjective หมายถึงสบายดี)
- รูปขั้นกว่าและขั้นสุดของ Adverb (Comparative/Superlative)
- Adverb พยางค์เดียวที่รูปเหมือน Adjective ให้เติม -er/-est: fast → faster → fastest, hard → harder → hardest
- Adverb ที่ลงท้าย -ly ให้ใช้ more/most นำหน้า: quickly → more quickly → most quickly
- Adverb ที่ผันแบบไม่มีกฎ (Irregular): well → better → best, badly → worse → worst, far → farther/further → farthest/furthest
- หลีกเลี่ยงการใช้ปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ (Double Negative)
ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน ห้ามใช้ Adverb ปฏิเสธสองตัวในประโยคเดียวกัน
- ❌ I don’t know nothing.
- ✅ I don’t know anything.
ทำไมการเข้าใจ Adverb ถึงสำคัญต่อการเรียนภาษาอังกฤษ?
Adverb คือหนึ่งใน 4 ชนิดของคำหลักในภาษาอังกฤษ ร่วมกับ Verb, Pronoun และ Adjective การเข้าใจ Adverb อย่างถูกต้องจะช่วยให้ประโยคของเรามีรายละเอียดครบถ้วน สื่อความหมายได้ตรงและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตอนพูด เขียน อ่าน หรือฝึกฟังภาษาอังกฤษ เพราะ Adverb แทรกอยู่แทบทุกประโยคที่เจ้าของภาษาใช้ในชีวิตประจำวัน หากใครกำลังมองหาแนวทางพัฒนาภาษาอังกฤษให้ครบทุกทักษะไปพร้อมกัน

ฝึกภาษาอังกฤษอย่างมั่นใจกับ Guru English
การเข้าใจ Adverb คืออะไร มีกี่ประเภท และวิธีการใช้อย่างถูกต้อง เป็นการเข้าใจพื้นฐานของ Grammar ที่สำคัญ หากกำลังมองหาที่เรียนเพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษอย่างเป็นระบบครบทั้งไวยากรณ์และการสื่อสารจริง สามารถดูหลักสูตรที่เหมาะกับคุณได้ที่ Guru English School เราพร้อมเป็นตัวช่วยให้คุณใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจ
จุดเด่นหลักสูตร (ตามสไตล์ Guru English)
- Native English Teachers
- เน้น Speaking จริง (ไม่ใช่แค่ท่องจำ)
- Loop System (เรียนซ้ำจนใช้ได้จริง)
- Role Play ทุกคลาส
- เด็ก “กล้าพูด” และ “ใช้ได้จริง
การวัดผล (Assessment)
- Pre-test / Post-test
- Speaking Interview
- Monthly Progress Report
- Level Test (ผ่าน → เลื่อน Level)
ลองชมวิดีโอการเรียนภาษาอังกฤษของเรา Guru English
ถ้าหากสนใจเรียนภาษาอังกฤษ สามารถดูคอร์สของเราได้ เรามีให้เลือกด้วยกันหลากหลายคอร์สและช่วงอายุ
สามารถติดต่อเราได้ที่ guruenglishschool@gmail.com
เบอร์โทรศัพท์ : 093 228 8844
Line @guruenglish
ที่อยู่
สาขาเชียงใหม่: 32 ถนนสนามบินเก่า ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
สาขากรุงเทพฯ: 47/19 ถนนงามวงศ์วาน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900


English
中文