ทักษะภาษาอังกฤษอย่างหนึ่งที่สำคัญอย่างมากในชีวิตประจำวันคือทักษะการ ฝึกฟังภาษาอังกฤษ เทคนิคต่างๆ จะมีตั้งแต่การฟังแบบ Active Listening, การใช้ Shadowing, การฟังซ้ำหลายๆ รอบ, การเลือกฟังจากเนื้อหาที่ตัวเองสนใจ, การปิด Subtitle ก่อน, การฝึกฟังหลากหลายสำเนียง และการฝึกทุกวันอย่างน้อยวันละ 15 นาที
การฝึกทักษะการฟังภาษาอังกฤษ นอกจากการฝึกในคลาสเรียนภาษาอังกฤษหรือฝึกผ่านคอร์สเรียนภาษาอังกฤษแบบกลุ่มแล้ว การเข้าใจเทคนิคฝึกฟังภาษาอังกฤษก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เรา Guru English จะมาอธิบายว่าเทคนิคต่างๆ มีอะไรบ้าง ทักษะการฟังภาษาอังกฤษ สำคัญอย่างไร การฟังภาษาอังกฤษทุกวันช่วยอะไรบ้าง มีวิธีฝึกฟังด้วยตัวเองอย่างไร ฟังจากการ์ตูนเรื่องอะไรดี
7 เทคนิค ฝึกฟังภาษาอังกฤษ ให้เข้าใจ
หลายคนที่เรียนภาษาอังกฤษมานาน ทักษะการเขียนและทักษะการอ่านภาษาอังกฤษก็เป็นสิ่งที่หลายคนคุ้นเคยกันดี แต่พอได้ยินคนต่างชาติหรือเจ้าของภาษาพูดแล้วกลับฟังไม่เข้าใจ สิ่งนี้อาจหมายความว่าเราต้องฝึกฟังภาษาอังกฤษให้มากขึ้นโดยอาศัย 7 เทคนิค ดังนี้
1. การฝึกฟังภาษาอังกฤษแบบ Active Listening
การฝึกฟังแบบ Active Listening คือการจับ Keyword สำคัญว่าเนื้อหาที่กำลังฟังอยู่นั้นพูดถึงอะไร เมื่อฟังจบแล้วให้ลองสรุปเนื้อหาด้วยภาษาของตัวเอง การฟังแบบ Active Listening จะช่วยให้สมองสามารถประมวลผลเป็นภาษาอังกฤษได้เร็วและแม่นยำมากขึ้น อย่าแค่เปิดเสียงทิ้งไว้แล้วปล่อยให้ผ่านหูอย่างเดียว
2. การใช้วิธี Shadowing
อยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มจากการเลียนแบบเจ้าของภาษา ซึ่งเทคนิค Shadowing จะเป็นการฟังแล้วพูดตามทันทีโดยเลียนแบบน้ำเสียง จังหวะ และสำเนียงของผู้พูดให้มีความใกล้เคียงมากที่สุด เทคนิคนี้เป็นเทคนิคที่นักภาษาศาสตร์และนักแปลมืออาชีพใช้กัน
ขั้นตอนการฝึก Shadowing ง่ายๆ
- เลือกคลิปเสียงสั้นๆ ที่ระดับความยากพอเหมาะสม
- ฟังรอบแรกแล้วจับใจความ
- ฟังซ้ำแล้วพูดตามไปพร้อมกัน โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะพูดได้ทุกคำ
- เน้นพูดที่จังหวะและเสียงก่อน หลังจากนั้นจะเป็นธรรมชาติมากขึ้น
เมื่อทำบ่อยๆ ปากจะเริ่มชินกับภาษาอังกฤษมากขึ้น
3. การฝึกซ้ำหลายๆ รอบแบบมีระบบ
การฟังซ้ำไม่ใช่แค่การเปิดซ้ำ แต่ต้องฟังซ้ำ “อย่างมีจุดประสงค์” แต่ละรอบ โดยเปลี่ยนโฟกัสไปเรื่อย ๆ
- รอบที่ 1 ฟังภาพรวม จับใจความหลักว่าเนื้อหาพูดถึงอะไร
- รอบที่ 2 ฟังรายละเอียด จับคำศัพท์ สำนวน และโครงสร้างประโยค
- รอบที่ 3 เน้นเสียงที่ยังฟังไม่ออก คำที่กลืนหายไป หรือสำเนียงที่ไม่คุ้นเคย
4. เลือกฟังเนื้อหาที่ตัวเองสนใจ
ถ้าเราฟังเนื้อหาที่เราไม่ชอบ สมองก็อาจจะไม่รับในช่วงแรกของการฝึกฟังภาษาอังกฤษ และที่สำคัญคือการศึกษาหรือฟังสิ่งที่ตัวเองสนใจ จะเป็นเชื้อเพลิงในการเรียนรู้ที่ดีมาก ยิ่งเนื้อหาที่เราสนใจ ก็จะทำให้เราฟังได้นานขึ้น ฟังได้บ่อยขึ้น และทำให้เราจดจำได้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน
ลองหาเนื้อหาภาษาอังกฤษที่เราสนใจ เช่น
- คลิปวิดีโอสอนทำอาหาร
- ช่องแคสต์เกม หรือ Gaming YouTuber
- ช่องสอนเกี่ยวกับธุรกิจ
- การฟังวิเคราะห์กีฬา
หรืออาจฝึกพูดคุยกับครูภาษาอังกฤษชาวต่างชาติเกี่ยวกับสิ่งที่เราสนใจก็ได้เช่นกัน
5. ปิด Subtitle ก่อนแล้วค่อยเปิดตรวจสอบทีหลัง
เมื่อตาอ่าน Subtitle หูอาจจะหยุดฟัง ทำให้การอ่าน Subtitle ตลอดเวลาอาจทำให้การฝึกฟังภาษาอังกฤษช้าลงได้
- เทคนิคอย่างหนึ่งที่ควรทำคือ
- การฟังรอบแรกโดยปิด Subtitle ทั้งหมดก่อน
- พยายามฟังจับใจความให้ได้มากที่สุด แม้จะไม่เข้าใจทุกคำก็ไม่เป็นไร
- จากนั้นให้เปิด Subtitle เป็นภาษาอังกฤษเพื่อตรวจสอบว่าที่ฟังถูกต้องหรือไม่
- และค่อยๆ ลดการเปิด Subtitle ลงเรื่อยๆ เมื่อเริ่มเข้าใจมากขึ้น
6. ลองฟังหลายสำเนียง
ภาษาอังกฤษไม่ได้มีสำเนียงเดียว ทั้ง American, British, Australian, Indian หรือแม้แต่ Singaporean ต่างก็มีจังหวะและเสียงที่แตกต่างกันอย่างมาก การฝึกฟังแค่สำเนียงเดียวทำให้สมองปรับตัวได้แคบ พอเจอสำเนียงอื่นก็ฟังไม่ออกทันที
แนะนำให้ค่อย ๆ แนะนำสำเนียงใหม่เข้ามาเมื่อเริ่มคุ้นชินกับสำเนียงแรกแล้ว เช่น เริ่มจาก American ก่อนเพราะพบได้บ่อยที่สุดในสื่อออนไลน์ แล้วค่อยเพิ่ม British จาก BBC หรือ Australian จากซีรีส์ออสเตรเลีย เพื่อให้หูยืดหยุ่นและรับมือได้กับทุกสถานการณ์
7. ฝึกฟังทุกวัน อย่างน้อย 15 นาที
ความสม่ำเสมอในการฝึกฟังภาษาอังกฤษ จะสำคัญกว่าความเข้มข้นในการฝึก เพราะสมองของเราจะเรียนรู้ได้ดีที่สุดจากการกระตุ้นซ้ำๆ (Repetitive Learning) ฝึกฟังเพียง 15 นาทีต่อวัน จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า 2 ชั่วโมง สัปดาห์ละครั้งอย่างชัดเจน ซึ่งการฝึกฟังสามารถทำได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นช่วงก่อนนอน ช่วงออกกำลังกาย ระหว่างเดินทาง หรือแม้แต่ตอนกำลังพูดคุยกับคนใกล้ตัว
แนะนำให้ค่อย ๆ แนะนำสำเนียงใหม่เข้ามาเมื่อเริ่มคุ้นชินกับสำเนียงแรกแล้ว เช่น เริ่มจาก American ก่อนเพราะพบได้บ่อยที่สุดในสื่อออนไลน์ แล้วค่อยเพิ่ม British จาก BBC หรือ Australian จากซีรีส์ออสเตรเลีย เพื่อให้หูยืดหยุ่นและรับมือได้กับทุกสถานการณ์
ทักษะการฟังภาษาอังกฤษ สำคัญอย่างไร?
ทักษะการฟังภาษาอังกฤษ ถือเป็นรากฐานของทุกทักษะ ทั้งการพูด อ่าน และเขียน โดยเฉพาะวัยเด็กหรือชั้นเรียนอนุบาลที่เรียนรู้ภาษาจากการฟังเป็นอันดับแรก
และทักษะการฟังจะช่วยให้
- พูดได้ถูกต้องตามธรรมชาติ
- ช่วยให้เข้าใจ Grammar ที่ไม่ใช่แค่การท่องกฎ
- ช่วยขยายคลังคำศัพท์
- เสริมความมั่นใจในการพูดภาษาอังกฤษ
การฟังภาษาอังกฤษทุกวัน ช่วยอะไร?
การฟังทุกวันสร้าง “ความคุ้นชินทางหู” หรือที่เรียกว่า Listening Fluency ซึ่งเป็นความสามารถในการประมวลผลเสียงภาษาอังกฤษได้โดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องแปลในหัวทีละคำ
ประโยชน์ที่ได้รับจากการฟังทุกวัน
- สมองปรับตัวรับรู้เสียง ที่เคยฟังไม่ออก เช่น การกลืนเสียง (Linking sounds) หรือ การลดเสียง (Weak forms)
- จำคำศัพท์ได้ดีขึ้น เพราะได้ยินในบริบทจริง
- เข้าใจสำนวน และภาษาพูดที่ไม่มีในหนังสือเรียน
- ลดความกังวล เมื่อต้องคุยกับเจ้าของภาษา
การวิจัยพบว่าผู้เรียนที่ฟังภาษาอังกฤษอย่างน้อย 15–30 นาทีต่อวัน พัฒนาทักษะการฟังได้เร็วกว่าผู้ที่ฝึกแบบเป็นครั้งคราวอย่างเห็นได้ชัด
วิธีฝึกฟังภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง
การฝึกฟังภาษาอังกฤษ สามารถฝึกได้ด้วยตัวเองและฝึกได้ทุกที่ทุกเวลาในช่องทางต่างๆ เช่น
- Podcast เหมาะสำหรับฝึกระหว่างเดินทาง แนะนำ เช่น BBC Learning English, VOA Learning English, English Learning for Curious Minds
- YouTube / Series ดูซีรีส์หรือวิดีโอที่ชอบเป็นภาษาอังกฤษ เริ่มจากซับไทยก่อนได้ แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นซับอังกฤษ และปิดซับในที่สุด
- แอปฝึกฟัง แอปอย่าง Elsa Speak, Listening English, หรือ Duolingo ช่วยฝึกการฟังได้ดีในระดับเริ่มต้นถึงกลาง
- เพลงภาษาอังกฤษ เปิดเนื้อเพลงตามไป ฝึกฟังคำแต่ละคำ แล้วลองร้องตาม เป็นวิธีที่สนุกและจำคำได้นาน
- ฟังการสนทนาจริง ลองหาคู่ฝึกหรือเข้า Language Exchange เพื่อฟังและพูดภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาจริง ๆ หรือลองเข้ามาที่ Guru English ก็ได้เช่นกัน
ฝึกฟังภาษาอังกฤษจากการ์ตูนง่ายๆ
การ์ตูน เป็นสื่ออย่างหนึ่งที่ช่วยฝึกฟังภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะผู้เริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษ เพราะภาษาอังกฤษในการ์ตูนนั้นจะไม่ซับซ้อนมากนัก สำเนียงเข้าใจง่าย และมีภาพช่วยให้สามารถเข้าใจบริบทได้มากขึ้น และเป็นสื่อที่เหมาะสำหรับเด็กอย่างมากในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
การ์ตูนที่แนะนำและนิยมมากสำหรับฝึกฟังภาษาอังกฤษ แนะนำให้ลองเริ่มต้นจากเรื่องอย่าง Peppa Pig, Bluey หรือภาพยนตร์ของ Disney และ Pixar
ฝึกฟังภาษาอังกฤษกับ Guru English
เพื่อให้การฝึกฟังภาษาอังกฤษเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีทิศทางการเรียนภาษาอังกฤษที่ชัดเจน การฝึกกับผู้เชี่ยวชาญจะเป็นคำตอบ เพราะเราออกแบบคลาสเรียนภาษาอังกฤษหลากหลาย และมีหลักสูตรที่เน้นการพัฒนาทักษะการสื่อสารโดยเฉพาะสำหรับคนทุกวัยตั้งแต่ชั้นอนุบาล ชั้นประถม ชั้นมัธยมต้น ชั้นมัธยมปลาย สำหรับนักศึกษา ผู้ใหญ่ รวมถึงสำหรับการสนทนาทางธุรกิจและการสัมภาษณ์งาน
เราก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2005 มุ่งเน้นการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยมีครูเจ้าของภาษาที่มีทักษะสูงจากหลากหลายประเทศ เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา ที่เข้าใจการใช้ภาษาของนักเรียนไทย
⭐ จุดเด่นหลักสูตร (ตามสไตล์ Guru English)
📌Native English Teachers 👩🏫👨🏫
📌เน้น Speaking จริง (ไม่ใช่แค่ท่องจำ)
📌Loop System (เรียนซ้ำจนใช้ได้จริง)
📌Role Play ทุกคลาส
📌เด็ก “กล้าพูด” และ “ใช้ได้จริง
📊 การวัดผล (Assessment)
📌Pre-test / Post-test
📌Speaking Interview
📌Monthly Progress Report
📌Level Test (ผ่าน → เลื่อน Level)
ลองชมวิดีโอการเรียนภาษาอังกฤษของเรา Guru English
ถ้าหากสนใจเรียนภาษาอังกฤษ สามารถดูคอร์สของเราได้ เรามีให้เลือกด้วยกันหลากหลายคอร์สและช่วงอายุ
สามารถติดต่อเราได้ที่ guruenglishschool@gmail.com
เบอร์โทรศัพท์ : 093 228 8844
Line @guruenglish
ที่อยู่
สาขาเชียงใหม่: 32 ถนนสนามบินเก่า ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
สาขากรุงเทพฯ: 47/19 ถนนงามวงศ์วาน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฝึกภาษาอังกฤษ
คำถาม: ต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะฟังภาษาอังกฤษรู้เรื่อง?
คำตอบ: ระยะเวลาขึ้นอยู่กับพื้นฐานและความสม่ำเสมอ หากฝึกฟังอย่างถูกวิธีวันละ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงติดต่อกัน มักจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนได้ภายใน 2-3 เดือน
คำถาม: ฟังไม่ออกเลย ไม่รู้เรื่องสักคำ ควรเริ่มจากตรงไหน?
คำตอบ: แนะนำให้เริ่มจากสื่อสำหรับเด็ก หรือสื่อการสอนที่พูดช้าๆ เช่น นิทานภาษาอังกฤษ หรือช่อง YouTube ที่ทำคอนเทนต์สำหรับผู้เริ่มต้น (Beginners) พร้อมเปิด Subtitle เพื่อช่วยจับคำศัพท์
คำถาม: จำเป็นต้องเก่งแกรมม่าก่อน ถึงจะเริ่มฝึกฟังได้ไหม?
คำตอบ: ไม่จำเป็นเลย คุณสามารถเริ่มฝึกฟังได้ทันทีเหมือนกับที่เด็กทารกเรียนรู้ภาษาจากการฟังก่อนที่จะรู้จักกฎไวยากรณ์ การฟังบ่อยๆ จะช่วยให้คุณซึมซับโครงสร้างแกรมม่าไปเองตามธรรมชาติ
คำถาม: ควรเปิด Subtitle ระหว่างฝึกหรือเปล่า?
คำตอบ: ช่วงแรกเปิดได้ แต่ควรพยายามลดการพึ่งซับลงเรื่อย ๆ เพราะถ้าตาอ่านซับตลอด หูจะไม่ได้ฝึกจริง ลองปิดซับแล้วฟังก่อน แล้วค่อยเปิดเพื่อตรวจสอบ
คำถาม: สำเนียงไหนควรฝึกฟังก่อน American หรือ British?
คำตอบ: ไม่มีถูกหรือผิด ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์การใช้งาน แต่ American English ได้ยินบ่อยกว่าในสื่อออนไลน์ทั่วไป ส่วน British English เป็นที่นิยมในสายการศึกษา แนะนำให้ฝึกฟังทั้งสองสำเนียงในระยะยาว


English
中文