Skip to content
Guru English Logo
  • 预订我的课程
  • 关于我们
  • 课程表
    • 学习时间表
    • 课程价格
      • 小组课程
      • 一对一课程
      • Guru English School 国际高等研究学院
  • 联系我们
  •  语言: 中文
    •  ไทย ไทย
    •  English English
    •  中文 中文
Guru English Logo
  • 预订我的课程
  • 关于我们
  • 课程表
    • 学习时间表
    • 课程价格
      • 小组课程
      • 一对一课程
      • Guru English School 国际高等研究学院
  • 联系我们
  •  语言: 中文
    •  ไทย ไทย
    •  English English
    •  中文 中文
blog

– Copy

  • 25 3月, 2026
  • Com 0
ฝึกฟังภาษาอังกฤษ

ทักษะภาษาอังกฤษอย่างหนึ่งที่สำคัญอย่างมากในชีวิตประจำวันคือทักษะการ ฝึกฟังภาษาอังกฤษ เทคนิคต่างๆ จะมีตั้งแต่การฟังแบบ Active Listening, การใช้ Shadowing, การฟังซ้ำหลายๆ รอบ, การเลือกฟังจากเนื้อหาที่ตัวเองสนใจ, การปิด Subtitle ก่อน, การฝึกฟังหลากหลายสำเนียง และการฝึกทุกวันอย่างน้อยวันละ 15 นาที

การฝึกทักษะการฟังภาษาอังกฤษ นอกจากการฝึกในคลาสเรียนภาษาอังกฤษหรือฝึกผ่านคอร์สเรียนภาษาอังกฤษแบบกลุ่มแล้ว การเข้าใจเทคนิคฝึกฟังภาษาอังกฤษก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เรา Guru English จะมาอธิบายว่าเทคนิคต่างๆ มีอะไรบ้าง ทักษะการฟังภาษาอังกฤษ สำคัญอย่างไร การฟังภาษาอังกฤษทุกวันช่วยอะไรบ้าง มีวิธีฝึกฟังด้วยตัวเองอย่างไร ฟังจากการ์ตูนเรื่องอะไรดี

7 เทคนิค ฝึกฟังภาษาอังกฤษ ให้เข้าใจ

หลายคนที่เรียนภาษาอังกฤษมานาน ทักษะการเขียนและทักษะการอ่านภาษาอังกฤษก็เป็นสิ่งที่หลายคนคุ้นเคยกันดี แต่พอได้ยินคนต่างชาติหรือเจ้าของภาษาพูดแล้วกลับฟังไม่เข้าใจ สิ่งนี้อาจหมายความว่าเราต้องฝึกฟังภาษาอังกฤษให้มากขึ้นโดยอาศัย 7 เทคนิค ดังนี้

1. การฝึกฟังภาษาอังกฤษแบบ Active Listening

การฝึกฟังแบบ Active Listening คือการจับ Keyword สำคัญว่าเนื้อหาที่กำลังฟังอยู่นั้นพูดถึงอะไร เมื่อฟังจบแล้วให้ลองสรุปเนื้อหาด้วยภาษาของตัวเอง การฟังแบบ Active Listening จะช่วยให้สมองสามารถประมวลผลเป็นภาษาอังกฤษได้เร็วและแม่นยำมากขึ้น อย่าแค่เปิดเสียงทิ้งไว้แล้วปล่อยให้ผ่านหูอย่างเดียว

2. การใช้วิธี Shadowing

อยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มจากการเลียนแบบเจ้าของภาษา ซึ่งเทคนิค Shadowing จะเป็นการฟังแล้วพูดตามทันทีโดยเลียนแบบน้ำเสียง จังหวะ และสำเนียงของผู้พูดให้มีความใกล้เคียงมากที่สุด เทคนิคนี้เป็นเทคนิคที่นักภาษาศาสตร์และนักแปลมืออาชีพใช้กัน

ขั้นตอนการฝึก Shadowing ง่ายๆ

  1. เลือกคลิปเสียงสั้นๆ ที่ระดับความยากพอเหมาะสม
  2. ฟังรอบแรกแล้วจับใจความ
  3. ฟังซ้ำแล้วพูดตามไปพร้อมกัน โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะพูดได้ทุกคำ
  4. เน้นพูดที่จังหวะและเสียงก่อน หลังจากนั้นจะเป็นธรรมชาติมากขึ้น

เมื่อทำบ่อยๆ ปากจะเริ่มชินกับภาษาอังกฤษมากขึ้น

3. การฝึกซ้ำหลายๆ รอบแบบมีระบบ

การฟังซ้ำไม่ใช่แค่การเปิดซ้ำ แต่ต้องฟังซ้ำ “อย่างมีจุดประสงค์” แต่ละรอบ โดยเปลี่ยนโฟกัสไปเรื่อย ๆ

  • รอบที่ 1 ฟังภาพรวม จับใจความหลักว่าเนื้อหาพูดถึงอะไร
  • รอบที่ 2 ฟังรายละเอียด จับคำศัพท์ สำนวน และโครงสร้างประโยค
  • รอบที่ 3 เน้นเสียงที่ยังฟังไม่ออก คำที่กลืนหายไป หรือสำเนียงที่ไม่คุ้นเคย

4. เลือกฟังเนื้อหาที่ตัวเองสนใจ

ถ้าเราฟังเนื้อหาที่เราไม่ชอบ สมองก็อาจจะไม่รับในช่วงแรกของการฝึกฟังภาษาอังกฤษ และที่สำคัญคือการศึกษาหรือฟังสิ่งที่ตัวเองสนใจ จะเป็นเชื้อเพลิงในการเรียนรู้ที่ดีมาก ยิ่งเนื้อหาที่เราสนใจ ก็จะทำให้เราฟังได้นานขึ้น ฟังได้บ่อยขึ้น และทำให้เราจดจำได้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน

ลองหาเนื้อหาภาษาอังกฤษที่เราสนใจ เช่น

  • คลิปวิดีโอสอนทำอาหาร
  • ช่องแคสต์เกม หรือ Gaming YouTuber
  • ช่องสอนเกี่ยวกับธุรกิจ
  • การฟังวิเคราะห์กีฬา

หรืออาจฝึกพูดคุยกับครูภาษาอังกฤษชาวต่างชาติเกี่ยวกับสิ่งที่เราสนใจก็ได้เช่นกัน

5. ปิด Subtitle ก่อนแล้วค่อยเปิดตรวจสอบทีหลัง

เมื่อตาอ่าน Subtitle หูอาจจะหยุดฟัง ทำให้การอ่าน Subtitle ตลอดเวลาอาจทำให้การฝึกฟังภาษาอังกฤษช้าลงได้

  • เทคนิคอย่างหนึ่งที่ควรทำคือ
  • การฟังรอบแรกโดยปิด Subtitle ทั้งหมดก่อน
  • พยายามฟังจับใจความให้ได้มากที่สุด แม้จะไม่เข้าใจทุกคำก็ไม่เป็นไร
  • จากนั้นให้เปิด Subtitle เป็นภาษาอังกฤษเพื่อตรวจสอบว่าที่ฟังถูกต้องหรือไม่
  • และค่อยๆ ลดการเปิด Subtitle ลงเรื่อยๆ เมื่อเริ่มเข้าใจมากขึ้น

6. ลองฟังหลายสำเนียง

ภาษาอังกฤษไม่ได้มีสำเนียงเดียว ทั้ง American, British, Australian, Indian หรือแม้แต่ Singaporean ต่างก็มีจังหวะและเสียงที่แตกต่างกันอย่างมาก การฝึกฟังแค่สำเนียงเดียวทำให้สมองปรับตัวได้แคบ พอเจอสำเนียงอื่นก็ฟังไม่ออกทันที

แนะนำให้ค่อย ๆ แนะนำสำเนียงใหม่เข้ามาเมื่อเริ่มคุ้นชินกับสำเนียงแรกแล้ว เช่น เริ่มจาก American ก่อนเพราะพบได้บ่อยที่สุดในสื่อออนไลน์ แล้วค่อยเพิ่ม British จาก BBC หรือ Australian จากซีรีส์ออสเตรเลีย เพื่อให้หูยืดหยุ่นและรับมือได้กับทุกสถานการณ์

7. ฝึกฟังทุกวัน อย่างน้อย 15 นาที

ความสม่ำเสมอในการฝึกฟังภาษาอังกฤษ จะสำคัญกว่าความเข้มข้นในการฝึก เพราะสมองของเราจะเรียนรู้ได้ดีที่สุดจากการกระตุ้นซ้ำๆ (Repetitive Learning) ฝึกฟังเพียง 15 นาทีต่อวัน จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า 2 ชั่วโมง สัปดาห์ละครั้งอย่างชัดเจน ซึ่งการฝึกฟังสามารถทำได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นช่วงก่อนนอน ช่วงออกกำลังกาย ระหว่างเดินทาง หรือแม้แต่ตอนกำลังพูดคุยกับคนใกล้ตัว

แนะนำให้ค่อย ๆ แนะนำสำเนียงใหม่เข้ามาเมื่อเริ่มคุ้นชินกับสำเนียงแรกแล้ว เช่น เริ่มจาก American ก่อนเพราะพบได้บ่อยที่สุดในสื่อออนไลน์ แล้วค่อยเพิ่ม British จาก BBC หรือ Australian จากซีรีส์ออสเตรเลีย เพื่อให้หูยืดหยุ่นและรับมือได้กับทุกสถานการณ์

ทักษะการฟังภาษาอังกฤษ สำคัญอย่างไร

ทักษะการฟังภาษาอังกฤษ สำคัญอย่างไร?

ทักษะการฟังภาษาอังกฤษ ถือเป็นรากฐานของทุกทักษะ ทั้งการพูด อ่าน และเขียน โดยเฉพาะวัยเด็กหรือชั้นเรียนอนุบาลที่เรียนรู้ภาษาจากการฟังเป็นอันดับแรก

และทักษะการฟังจะช่วยให้

  • พูดได้ถูกต้องตามธรรมชาติ
  • ช่วยให้เข้าใจ Grammar ที่ไม่ใช่แค่การท่องกฎ
  • ช่วยขยายคลังคำศัพท์
  • เสริมความมั่นใจในการพูดภาษาอังกฤษ

การฟังภาษาอังกฤษทุกวัน ช่วยอะไร?

การฟังทุกวันสร้าง “ความคุ้นชินทางหู” หรือที่เรียกว่า Listening Fluency ซึ่งเป็นความสามารถในการประมวลผลเสียงภาษาอังกฤษได้โดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องแปลในหัวทีละคำ

ประโยชน์ที่ได้รับจากการฟังทุกวัน

  • สมองปรับตัวรับรู้เสียง ที่เคยฟังไม่ออก เช่น การกลืนเสียง (Linking sounds) หรือ การลดเสียง (Weak forms)
  • จำคำศัพท์ได้ดีขึ้น เพราะได้ยินในบริบทจริง
  • เข้าใจสำนวน และภาษาพูดที่ไม่มีในหนังสือเรียน
  • ลดความกังวล เมื่อต้องคุยกับเจ้าของภาษา

การวิจัยพบว่าผู้เรียนที่ฟังภาษาอังกฤษอย่างน้อย 15–30 นาทีต่อวัน พัฒนาทักษะการฟังได้เร็วกว่าผู้ที่ฝึกแบบเป็นครั้งคราวอย่างเห็นได้ชัด

วิธีฝึกฟังภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง

วิธีฝึกฟังภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง

การฝึกฟังภาษาอังกฤษ สามารถฝึกได้ด้วยตัวเองและฝึกได้ทุกที่ทุกเวลาในช่องทางต่างๆ เช่น

  • Podcast เหมาะสำหรับฝึกระหว่างเดินทาง แนะนำ เช่น BBC Learning English, VOA Learning English, English Learning for Curious Minds
  • YouTube / Series ดูซีรีส์หรือวิดีโอที่ชอบเป็นภาษาอังกฤษ เริ่มจากซับไทยก่อนได้ แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นซับอังกฤษ และปิดซับในที่สุด
  • แอปฝึกฟัง แอปอย่าง Elsa Speak, Listening English, หรือ Duolingo ช่วยฝึกการฟังได้ดีในระดับเริ่มต้นถึงกลาง
  • เพลงภาษาอังกฤษ เปิดเนื้อเพลงตามไป ฝึกฟังคำแต่ละคำ แล้วลองร้องตาม เป็นวิธีที่สนุกและจำคำได้นาน
  • ฟังการสนทนาจริง ลองหาคู่ฝึกหรือเข้า Language Exchange เพื่อฟังและพูดภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาจริง ๆ หรือลองเข้ามาที่ Guru English ก็ได้เช่นกัน

ฝึกฟังภาษาอังกฤษจากการ์ตูนง่ายๆ

การ์ตูน เป็นสื่ออย่างหนึ่งที่ช่วยฝึกฟังภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะผู้เริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษ เพราะภาษาอังกฤษในการ์ตูนนั้นจะไม่ซับซ้อนมากนัก สำเนียงเข้าใจง่าย และมีภาพช่วยให้สามารถเข้าใจบริบทได้มากขึ้น และเป็นสื่อที่เหมาะสำหรับเด็กอย่างมากในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ

การ์ตูนที่แนะนำและนิยมมากสำหรับฝึกฟังภาษาอังกฤษ แนะนำให้ลองเริ่มต้นจากเรื่องอย่าง Peppa Pig, Bluey หรือภาพยนตร์ของ Disney และ Pixar

ฝึกฟังภาษาอังกฤษกับ Guru English

เพื่อให้การฝึกฟังภาษาอังกฤษเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีทิศทางการเรียนภาษาอังกฤษที่ชัดเจน การฝึกกับผู้เชี่ยวชาญจะเป็นคำตอบ เพราะเราออกแบบคลาสเรียนภาษาอังกฤษหลากหลาย และมีหลักสูตรที่เน้นการพัฒนาทักษะการสื่อสารโดยเฉพาะสำหรับคนทุกวัยตั้งแต่ชั้นอนุบาล ชั้นประถม ชั้นมัธยมต้น ชั้นมัธยมปลาย สำหรับนักศึกษา ผู้ใหญ่ รวมถึงสำหรับการสนทนาทางธุรกิจและการสัมภาษณ์งาน

เราก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2005 มุ่งเน้นการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยมีครูเจ้าของภาษาที่มีทักษะสูงจากหลากหลายประเทศ เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา ที่เข้าใจการใช้ภาษาของนักเรียนไทย

⭐ จุดเด่นหลักสูตร (ตามสไตล์ Guru English)
📌Native English Teachers 👩‍🏫👨‍🏫
📌เน้น Speaking จริง (ไม่ใช่แค่ท่องจำ)
📌Loop System (เรียนซ้ำจนใช้ได้จริง)
📌Role Play ทุกคลาส
📌เด็ก “กล้าพูด” และ “ใช้ได้จริง

📊 การวัดผล (Assessment)
📌Pre-test / Post-test
📌Speaking Interview
📌Monthly Progress Report
📌Level Test (ผ่าน → เลื่อน Level)

ลองชมวิดีโอการเรียนภาษาอังกฤษของเรา Guru English

ถ้าหากสนใจเรียนภาษาอังกฤษ สามารถดูคอร์สของเราได้ เรามีให้เลือกด้วยกันหลากหลายคอร์สและช่วงอายุ

สามารถติดต่อเราได้ที่ guruenglishschool@gmail.com

เบอร์โทรศัพท์ : 093 228 8844

Line @guruenglish

ที่อยู่

สาขาเชียงใหม่: 32 ถนนสนามบินเก่า ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200

สาขากรุงเทพฯ: 47/19 ถนนงามวงศ์วาน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฝึกภาษาอังกฤษ

คำถาม: ต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะฟังภาษาอังกฤษรู้เรื่อง?

คำตอบ: ระยะเวลาขึ้นอยู่กับพื้นฐานและความสม่ำเสมอ หากฝึกฟังอย่างถูกวิธีวันละ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงติดต่อกัน มักจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนได้ภายใน 2-3 เดือน

คำถาม: ฟังไม่ออกเลย ไม่รู้เรื่องสักคำ ควรเริ่มจากตรงไหน?

คำตอบ: แนะนำให้เริ่มจากสื่อสำหรับเด็ก หรือสื่อการสอนที่พูดช้าๆ เช่น นิทานภาษาอังกฤษ หรือช่อง YouTube ที่ทำคอนเทนต์สำหรับผู้เริ่มต้น (Beginners) พร้อมเปิด Subtitle เพื่อช่วยจับคำศัพท์

คำถาม: จำเป็นต้องเก่งแกรมม่าก่อน ถึงจะเริ่มฝึกฟังได้ไหม?

คำตอบ: ไม่จำเป็นเลย คุณสามารถเริ่มฝึกฟังได้ทันทีเหมือนกับที่เด็กทารกเรียนรู้ภาษาจากการฟังก่อนที่จะรู้จักกฎไวยากรณ์ การฟังบ่อยๆ จะช่วยให้คุณซึมซับโครงสร้างแกรมม่าไปเองตามธรรมชาติ

คำถาม: ควรเปิด Subtitle ระหว่างฝึกหรือเปล่า?

คำตอบ: ช่วงแรกเปิดได้ แต่ควรพยายามลดการพึ่งซับลงเรื่อย ๆ เพราะถ้าตาอ่านซับตลอด หูจะไม่ได้ฝึกจริง ลองปิดซับแล้วฟังก่อน แล้วค่อยเปิดเพื่อตรวจสอบ

คำถาม: สำเนียงไหนควรฝึกฟังก่อน American หรือ British?

คำตอบ: ไม่มีถูกหรือผิด ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์การใช้งาน แต่ American English ได้ยินบ่อยกว่าในสื่อออนไลน์ทั่วไป ส่วน British English เป็นที่นิยมในสายการศึกษา แนะนำให้ฝึกฟังทั้งสองสำเนียงในระยะยาว

Share on:
- Copy - Copy

Lorem ipsum dolor amet consecto adi pisicing elit sed eiusm tempor incidid unt labore dolore.

Add: 70-80 Upper St Norwich NR2
Call: +01 123 5641 231
Email: info@edublink.co

Online Platform

Links

Contacts

Enter your email address to register to our newsletter subscription

Icon-facebook Icon-linkedin2 Icon-instagram Icon-twitter Icon-youtube
Copyright 2026 EduBlink | Developed By DevsBlink. All Rights Reserved
Sign In
The password must have a minimum of 8 characters of numbers and letters, contain at least 1 capital letter
I want to sign up as instructor
记住我
Sign In 注册
恢复密码
Send reset link
Password reset link sent to your email 关闭
Your application is sent We'll send you an email as soon as your application is approved. Go to Profile
No account? 注册 Sign In
忘记密码
Guru English Logo
Sign inSign up

Sign in

Don’t have an account? Sign up
Lost your password?

Sign up

Already have an account? Sign in