Skip to content
Guru English Logo
  • จองคลาสของฉัน
  • Blog
  • ตารางเรียน
    • ตารางการเรียน
    • ราคาคอร์สเรียน
      • คอร์สเรียนแบบกลุ่ม
      • คอร์สเรียนแบบ Private
      • Guru English School โรงเรียนนานาชาติเพื่อการศึกษาขั้นสูง
  • ติดต่อเรา
  • บทความ
  •  ภาษา: ไทย
    •  ไทย ไทย
    •  English English
    •  中文 中文
Guru English Logo
  • จองคลาสของฉัน
  • Blog
  • ตารางเรียน
    • ตารางการเรียน
    • ราคาคอร์สเรียน
      • คอร์สเรียนแบบกลุ่ม
      • คอร์สเรียนแบบ Private
      • Guru English School โรงเรียนนานาชาติเพื่อการศึกษาขั้นสูง
  • ติดต่อเรา
  • บทความ
  •  ภาษา: ไทย
    •  ไทย ไทย
    •  English English
    •  中文 中文
Blog

Comparative and Superlative คืออะไร ต่างกันอย่างไรบ้าง

  • 27 ส.ค., 2026
  • Com 0
comparative and superlative คือ

การเปรียบเทียบสิ่งของ บุคคล หรือสถานการณ์ต่าง ๆ ให้มีความชัดเจน เราอยากจะบอกว่า ร้านอาหารร้านนี้อร่อยกว่าร้านนั้น คนนั้นคือคนที่เตะฟุตบอลเก่งที่สุดในโลก ในภาษาอังกฤษ เราต้องพูดอย่างไร? การเปรียบเทียบในภาษาอังกฤษเราจะเรียกว่า Comparative และ Superlative 

บทความนี้ Guru English จะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Comparative and Superlative คืออะไร ต่างกันอย่างไร มีหลักการใช้อย่างไร นำไปใช้ในประโยคอย่างไรได้บ้าง 

Key Takeaways 

  • Comparative ใช้เปรียบเทียบสิ่งของหรือคน 2 สิ่ง เช่น taller, more expensive มักตามด้วย than
  • Superlative ใช้เปรียบเทียบตั้งแต่ 3 สิ่งขึ้นไป เพื่อบอกว่าอันไหน “ที่สุด” เช่น the tallest, the most expensive และมักมี “the” นำหน้าเสมอ
  • คำคุณศัพท์ พยางค์เดียว ส่วนใหญ่เติม -er / -est เช่น tall → taller → tallest
  • คำคุณศัพท์ ตั้งแต่ 2 พยางค์ขึ้นไป (ที่ไม่ลงท้ายด้วย -y) ส่วนใหญ่ใช้ more / most นำหน้า เช่น careful → more careful → most careful
  • มีกลุ่มคำ Irregular ที่เปลี่ยนรูปแบบผิดปกติ ไม่ตามกฎ เช่น good → better → best, bad → worse → worst
  • ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการใช้ -er กับ more พร้อมกัน (ผิด: more taller) และการลืมใส่ “the” หน้า Superlative

 

Comparative คืออะไร?

Comparative คือ รูปแบบของคำคุณศัพท์ (Adjective) หรือคำกริยาวิเศษณ์ (Adverb) ที่ใช้เปรียบเทียบสิ่งของ บุคคล หรือเหตุการณ์ 2 สิ่งว่ามีคุณสมบัติมากกว่าหรือน้อยกว่ากันอย่างไร โดยส่วนใหญ่จะเติม -er ท้ายคำ หรือเติมคำว่า more ไว้ข้างหน้าคำคุณศัพท์ แล้วตามด้วย than

ตัวอย่างเช่น:

  • Peter is taller than John. (ปีเตอร์สูงกว่าจอห์น)
  • This restaurant is more expensive than that one. (ร้านนี้แพงกว่าร้านนั้น)
  • My new phone is faster than my old one. (โทรศัพท์เครื่องใหม่ของฉันเร็วกว่าเครื่องเก่า)

จะเห็นได้ว่าประโยคเหล่านี้กำลังเปรียบเทียบ “สองสิ่ง” เข้าด้วยกันเสมอ (ปีเตอร์กับจอห์น, ร้านนี้กับร้านนั้น) ซึ่งเป็นจุดสังเกตสำคัญของ Comparative

Superlative คืออะไร?

Superlative คือ รูปแบบของคำคุณศัพท์หรือคำกริยาวิเศษณ์ ที่ใช้บอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีคุณสมบัติ “มากที่สุด” หรือ “น้อยที่สุด” เมื่อเทียบกับสิ่งอื่นๆ ตั้งแต่ 3 สิ่งขึ้นไปในกลุ่มเดียวกัน โดยส่วนใหญ่จะเติม -est ท้ายคำ หรือเติมคำว่า most ไว้ข้างหน้าคำคุณศัพท์ และมักมี “the” นำหน้าเสมอ

ตัวอย่างเช่น:

  • Mount Everest is the tallest mountain in the world. (เอเวอเรสต์คือภูเขาที่สูงที่สุดในโลก)
  • This is the most expensive restaurant in town. (นี่คือร้านอาหารที่แพงที่สุดในเมือง)
  • She is the smartest student in the class. (เธอคือนักเรียนที่ฉลาดที่สุดในห้อง)

สังเกตว่าประโยคเหล่านี้กำลังเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งกับ “กลุ่ม” ที่มีสมาชิกตั้งแต่ 3 สิ่งขึ้นไป (ภูเขาทุกลูกในโลก, ร้านอาหารทุกร้านในเมือง, นักเรียนทุกคนในห้อง) นี่คือจุดสังเกตสำคัญของ Superlative

comparative and superlative ต่างกันอย่างไร

Comparative และ Superlative ต่างกันอย่างไร?

Comparative และ Superlative ความแตกต่างหลัก ๆ จะอยู่ที่จำนวนสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบและโครงสร้างของประโยค 

ประเด็น Comparative (ขั้นกว่า) Superlative (ขั้นสุด)
จำนวนสิ่งที่เปรียบเทียบ 2 สิ่ง ตั้งแต่ 3 สิ่งขึ้นไป
ความหมาย มากกว่า / น้อยกว่า มากที่สุด / น้อยที่สุด ในกลุ่ม
การเติมคำ (พยางค์เดียว) adjective + -er the + adjective + -est
การเติมคำ (หลายพยางค์) more + adjective the most + adjective
คำเชื่อมที่ใช้บ่อย than in / of / ever
การใส่ “the” ไม่ต้องใส่ ต้องใส่แทบทุกครั้ง
ตัวอย่าง She is taller than her brother. She is the tallest in her family.

 

พูดง่าย ๆ คือ ถ้ากำลังเทียบ “A กับ B” ให้ใช้ Comparative แต่ถ้ากำลังบอกว่า “A ชนะทุกคนในกลุ่ม” ให้ใช้ Superlative

Comparative และ Superlative มีหลักการสร้างอย่างไร?

การเปลี่ยนคำคุณศัพท์ให้เป็น Comparative หรือ Superlative มีกฎหลักอยู่ 4 กลุ่ม แบ่งตามจำนวนพยางค์ของคำ ดังนี้

1. คำคุณศัพท์พยางค์เดียว (One-syllable Adjectives)

คำคุณศัพท์ที่มีพยางค์เดียวส่วนใหญ่ให้เติม -er สำหรับ Comparative และเติม -est สำหรับ Superlative (พร้อม the นำหน้า)

คำคุณศัพท์ (Adjective) Comparative (ขั้นกว่า) Superlative (ขั้นสุด)
tall (สูง) taller the tallest
old (แก่ / เก่า) older the oldest
fast (เร็ว) faster the fastest
small (เล็ก) smaller the smallest

 

กรณีพิเศษที่ต้องระวัง

  • ลงท้ายด้วย e: ให้เติมแค่ -r หรือ -st (ไม่ต้องเติม e ซ้ำ) เช่น nice → nicer → the nicest, large → larger → the largest
  • ลงท้ายด้วยพยัญชนะ-สระ-พยัญชนะ (Consonant-Vowel-Consonant): ให้ดับเบิลตัวสะกดตัวสุดท้ายก่อนเติม -er/-est เช่น big → bigger → the biggest, hot → hotter → the hottest, thin → thinner → the thinnest

2. คำคุณศัพท์ 2 พยางค์ ที่ลงท้ายด้วย -y

ให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม -er/-est

คำคุณศัพท์ (Adjective) Comparative (ขั้นกว่า) Superlative (ขั้นสุด)
happy (มีความสุข) happier the happiest
easy (ง่าย) easier the easiest
busy (ยุ่ง / ยุ่งเหยิง) busier the busiest
friendly (เป็นมิตร) friendlier the friendliest

 

3. คำคุณศัพท์ 2 พยางค์ขึ้นไป (ที่ไม่ลงท้ายด้วย -y) และ 3 พยางค์ขึ้นไป

ให้ใช้ more นำหน้าสำหรับ Comparative และ the most นำหน้าสำหรับ Superlative แทนการเติมคำต่อท้าย

คำคุณศัพท์ (Adjective) Comparative (ขั้นกว่า) Superlative (ขั้นสุด)
careful (ระมัดระวัง) more careful the most careful
beautiful (สวย) more beautiful the most beautiful
expensive (แพง) more expensive the most expensive
interesting (น่าสนใจ) more interesting the most interesting

 

คำคุณศัพท์ 2 พยางค์บางคำ เช่น quiet, clever, narrow, simple, common, gentle สามารถใช้ได้ทั้งสองรูปแบบ (quieter หรือ more quiet ก็ถูกทั้งคู่) หากไม่แน่ใจว่าคำไหนใช้แบบไหนได้บ้าง แนะนำให้เลือกใช้ more/most ไปก่อน เพราะถูกไวยากรณ์เสมอและปลอดภัยกว่า 

4. Irregular Adjectives (คำคุณศัพท์ที่เปลี่ยนรูปแบบผิดปกติ)

มีคำคุณศัพท์กลุ่มหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนรูปตามกฎด้านบนเลย ต้องจำเป็นคำ ๆ ไป

คำคุณศัพท์ (Adjective) Comparative (ขั้นกว่า) Superlative (ขั้นสุด)
good (ดี) better the best
bad (แย่ / เลว) worse the worst
far (ไกล) farther / further the farthest / the furthest
little (น้อย – ใช้กับปริมาณ) less the least
many / much (มาก) more the most
old (ใช้อธิบายความแก่กว่าของพี่น้อง) elder the eldest

 

Comparative ใช้ในประโยคอย่างไรบ้าง?

นอกจากโครงสร้างพื้นฐาน adjective + er/more + than แล้ว Comparative ยังมีรูปแบบการใช้งานอื่นที่พบบ่อยดังนี้

  1. โครงสร้างพื้นฐาน: S + V + comparative adjective + than + noun/pronoun
  • He runs faster than I do. (เขาวิ่งเร็วกว่าฉัน)
  1. ใช้ less + adjective + than เพื่อบอกว่า “น้อยกว่า” (ตรงข้ามกับ more)
  • This exam is less difficult than the last one. (ข้อสอบนี้ยากน้อยกว่าครั้งที่แล้ว)
  1. ใช้คำเสริมความเข้ม (Intensifiers) หน้า Comparative เพื่อเน้นความแตกต่าง เช่น much, a lot, far, even (เน้นมาก) หรือ a little, a bit, slightly (เน้นเล็กน้อย)
  • This laptop is much faster than my old one. (โน้ตบุ๊กเครื่องนี้เร็วกว่าเครื่องเก่ามาก)
  • She arrived a little earlier than usual. (เธอมาถึงเร็วกว่าปกตินิดหน่อย)
  1. ใช้ as…as เพื่อบอกว่า “เท่ากัน” และ not as…as เพื่อบอกว่า “ไม่เท่ากัน” ซึ่งมักถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับ Comparative เพราะใช้เปรียบเทียบสองสิ่งเช่นกัน
  • My sister is as tall as me. (น้องสาวของฉันสูงเท่ากับฉัน)
  • This movie is not as interesting as the book. (หนังเรื่องนี้ไม่น่าสนใจเท่ากับหนังสือ)

Superlative ใช้ในประโยคอย่างไรบ้าง?

  1. โครงสร้างพื้นฐาน: S + V + the + superlative adjective + noun + in/of + กลุ่มที่เปรียบเทียบ
  • Tokyo is the largest city in Japan. (โตเกียวคือเมืองที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น)
  • He is the most talented player of the team. (เขาคือผู้เล่นที่มีพรสวรรค์มากที่สุดของทีม)
  1. ใช้ “one of the + superlative + คำนามพหูพจน์” เพื่อบอกว่าเป็น “หนึ่งใน…ที่สุด” ซึ่งเป็นโครงสร้างที่พบบ่อยมากทั้งในข้อสอบและการสนทนา
  • This is one of the most beautiful places I have ever visited. (นี่คือหนึ่งในสถานที่ที่สวยที่สุดที่ฉันเคยไป)
  1. ไม่ต้องใส่ “the” เมื่อมีคำแสดงความเป็นเจ้าของ (Possessive) นำหน้าแทน
  • This is my best friend. (ไม่ใช่ “my the best friend”)
  1. ใช้ “by far the + superlative” เพื่อเน้นย้ำว่า “ทิ้งห่างแบบชัดเจน”
  • This is by far the best restaurant in town. (นี่คือร้านอาหารที่ดีที่สุดในเมืองแบบทิ้งห่างเลย)

ตารางสรุปหลักการใช้ Comparative และ Superlative แบบเข้าใจง่าย

กลุ่มคำคุณศัพท์ Comparative (ขั้นกว่า) Superlative (ขั้นสุด) ตัวอย่าง
พยางค์เดียว + er the + -est tall → taller → the tallest
พยางค์เดียว ลงท้ายด้วย -e + r the + -st nice → nicer → the nicest
พยางค์เดียว รูป CVC (พยัญชนะ-สระ-พยัญชนะ) ดับเบิลตัวสะกด + er the + ดับเบิลตัวสะกด + est big → bigger → the biggest
2 พยางค์ ลงท้ายด้วย -y เปลี่ยน y เป็น i แล้ว + er the + เปลี่ยน y เป็น i แล้ว + est happy → happier → the happiest
2 พยางค์ขึ้นไป (ทั่วไป) more + adjective the most + adjective careful → more careful → the most careful
Irregular (คำคุณศัพท์เปลี่ยนรูป) เปลี่ยนรูปเฉพาะคำ เปลี่ยนรูปเฉพาะคำ good → better → the best

 

หลักไวยากรณ์เรื่องการเปรียบเทียบนี้เชื่อมโยงกับพื้นฐานอื่น ๆ ในภาษาอังกฤษด้วย เช่น Verb  (Linking Verb เช่น is, are, seems) หรือ Pronoun ที่มักปรากฏหลัง than ในประโยคเปรียบเทียบ (taller than him, smarter than her) รวมถึง Preposition อย่าง in และ of ที่ใช้คู่กับ Superlative เสมอ 

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Comparative and Superlative (FAQ)

Comparative และ Superlative ต่างกันอย่างไร?

Comparative ใช้เปรียบเทียบสิ่งของหรือคน 2 สิ่ง มักตามด้วย than ส่วน Superlative ใช้บอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่ง “ที่สุด” เมื่อเทียบกับกลุ่มที่มีตั้งแต่ 3 สิ่งขึ้นไป และมักมี “the” นำหน้าเสมอ

คำคุณศัพท์พยางค์เดียวกับหลายพยางค์ ดูอย่างไรว่าต้องใช้ -er/-est หรือ more/most?

ให้นับจำนวนพยางค์ของคำคุณศัพท์เป็นหลัก คำพยางค์เดียวส่วนใหญ่เติม -er/-est ได้เลย (tall-taller) ส่วนคำตั้งแต่ 2 พยางค์ขึ้นไปที่ไม่ลงท้ายด้วย -y ให้ใช้ more/most นำหน้าแทน (careful-more careful) หากไม่แน่ใจว่าคำ 2 พยางค์คำไหนใช้ได้ทั้งสองแบบ การเลือกใช้ more/most จะปลอดภัยและถูกไวยากรณ์เสมอ

Good, Bad, Far เปลี่ยนเป็น Comparative และ Superlative อย่างไร?

คำเหล่านี้จัดเป็น Irregular Adjectives ที่ไม่เปลี่ยนรูปตามกฎทั่วไป ต้องจำเป็นคำไป ได้แก่ good → better → the best, bad → worse → the worst, far → farther/further → the farthest/the furthest

Farther กับ Further ใช้ต่างกันอย่างไร?

ตามหลักไวยากรณ์ดั้งเดิม farther ใช้กับระยะทางที่จับต้องได้หรือวัดเป็นตัวเลขได้ เช่น ระยะทางการเดินทาง ส่วน further ใช้กับความหมายเชิงนามธรรมหรือแปลว่า “เพิ่มเติม” เช่น further discussion อย่างไรก็ตาม ในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษปัจจุบัน หลายคนใช้ further แทนกันได้ทั้งสองความหมาย

Superlative ต้องมี “The” นำหน้าเสมอหรือไม่?

โดยหลักไวยากรณ์มาตรฐานต้องใส่ the นำหน้า Superlative เสมอ ยกเว้นกรณีที่มีคำแสดงความเป็นเจ้าของ (Possessive) อย่าง my, her, our นำหน้าแทนอยู่แล้ว เช่น my best friend ซึ่งไม่ต้องใส่ the ซ้ำอีก

Adverb มี Comparative และ Superlative เหมือน Adjective หรือไม่?

มีเช่นกัน โดย Adverb ที่ลงท้ายด้วย -ly ส่วนใหญ่ใช้ more/most นำหน้าเหมือนคำคุณศัพท์หลายพยางค์ เช่น quickly → more quickly → the most quickly ส่วน Adverb พยางค์เดียวบางคำ เช่น fast, hard, early ใช้เติม -er/-est ได้เลยเหมือนคำคุณศัพท์พยางค์เดียว ขณะที่ well และ badly มีรูป Irregular เหมือนกับ good และ bad คือ well → better → best

As…As ใช้ต่างจาก Comparative ทั่วไปอย่างไร?

As…as ใช้บอกว่าสองสิ่งมีคุณสมบัติ “เท่ากัน” โดยใช้คำคุณศัพท์รูปปกติ ไม่ต้องเติม -er หรือ more เช่น She is as tall as me ในขณะที่ Comparative แบบทั่วไปใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งมีคุณสมบัติมากกว่าหรือน้อยกว่าอีกสิ่งหนึ่ง โดยต้องเปลี่ยนรูปคำคุณศัพท์และตามด้วย than

มีวิธีจำหลักการใช้ Comparative และ Superlative แบบไม่ต้องท่องจำไหม?

วิธีที่ได้ผลคือจำผ่าน “จำนวนพยางค์” เป็นหลัก คำสั้น (1 พยางค์) เติมท้ายคำด้วย -er/-est คำยาว (2 พยางค์ขึ้นไป) เติมหน้าคำด้วย more/most ส่วนคำ Irregular อย่าง good, bad, far ให้จำแยกเป็นชุดคำศัพท์ต่างหาก และฝึกแต่งประโยคเปรียบเทียบสิ่งของรอบตัวจริง ๆ บ่อย ๆ จะช่วยให้จำได้แม่นยำกว่าการท่องกฎเฉย ๆ

guru english โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ

เรียนภาษาอังกฤษกับ Guru English เข้าใจไวยากรณ์ทุกระดับ

Comparative และ Superlative คือหนึ่งในหลักไวยากรณ์พื้นฐานที่ใช้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะพูดคุยทั่วไป เขียนอีเมล หรือสอบวัดระดับอย่าง IELTS หากกำลังมองหาที่เรียนภาษาอังกฤษที่เน้นให้ผู้เรียนเข้าใจหลักไวยากรณ์และนำไปใช้พูดได้จริงในชีวิตประจำวัน เรา Guru English พร้อมเป็นตัวช่วยให้เข้าใจภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจในทุกระดับ

จุดเด่นหลักสูตร (ตามสไตล์ Guru English)

  • Native English Teachers
  • เน้น Speaking จริง (ไม่ใช่แค่ท่องจำ)
  • Loop System (เรียนซ้ำจนใช้ได้จริง)
  • Role Play ทุกคลาส
  • เด็ก “กล้าพูด” และ “ใช้ได้จริง 

การวัดผล (Assessment)

  • Pre-test / Post-test
  • Speaking Interview
  • Monthly Progress Report
  • Level Test (ผ่าน → เลื่อน Level)

ลองชมวิดีโอการเรียนภาษาอังกฤษของเรา Guru English

ถ้าหากสนใจเรียนภาษาอังกฤษ สามารถดูคอร์สของเราได้ เรามีให้เลือกด้วยกันหลากหลายคอร์สและช่วงอายุ

สามารถติดต่อเราได้ที่ guruenglishschool@gmail.com

เบอร์โทรศัพท์ : 093 228 8844

Line @guruenglish

ที่อยู่

สาขาเชียงใหม่: 32 ถนนสนามบินเก่า ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200

สาขากรุงเทพฯ: 47/19 ถนนงามวงศ์วาน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

 

Share on:
Adverb คืออะไร มีกี่ประเภท การใช้อย่างถูกต้องพร้อมตัวอย่าง
Adjective ต่างจาก  Adverb อย่างไร?

Lorem ipsum dolor amet consecto adi pisicing elit sed eiusm tempor incidid unt labore dolore.

Add: 70-80 Upper St Norwich NR2
Call: +01 123 5641 231
Email: info@edublink.co

Online Platform

Links

  • ติดต่อเรา
  • News & Articles
  • FAQ’s
  • Sign In/Registration

Contacts

Enter your email address to register to our newsletter subscription

Icon-facebook Icon-linkedin2 Icon-instagram Icon-twitter Icon-youtube
Copyright 2026 EduBlink | Developed By DevsBlink. All Rights Reserved
Sign In
The password must have a minimum of 8 characters of numbers and letters, contain at least 1 capital letter
I want to sign up as instructor
Remember me
Sign In Sign Up
Restore password
Send reset link
Password reset link sent to your email Close
Your application is sent We'll send you an email as soon as your application is approved. Go to Profile
No account? Sign Up Sign In
Lost Password?
Guru English Logo
Sign inSign up

Sign in

Don’t have an account? Sign up
Lost your password?

Sign up

Already have an account? Sign in