เวลาเราเขียน พูดหรือฟังภาษาอังกฤษ หลายคนมักสะดุดกับคำเล็ก ๆ อย่างคำว่า in, on, at, to หรือ for โดยที่เราไม่รู้ตัว ซึ่งแม้จะเป็นคำสั้น ๆ แต่มีผลต่อความหมายของประโยคมาก และถ้าหากไม่รู้จักหลักการใช้ที่ถูกต้องหรือใช้ผิดแค่คำเดียว ความหมายจะเปลี่ยนไปทันที คำเหล่านี้คือคำบุพบท หรือ Preposition
บทความนี้ Guru English จะพาไปรู้จักว่า Preposition คืออะไร มีอะไรบ้างพร้อมตัวอย่างแต่ละประเภท หลักการใช้ที่ถูกต้อง ใช้อย่างไร

Preposition คืออะไร?
Preposition หรือในภาษาไทยเรียกว่า “คำบุพบท” คือคำที่ใช้เชื่อมคำนาม (Noun) หรือสรรพนาม (Pronoun) เข้ากับส่วนอื่น ๆ ของประโยค เพื่อบอกความสัมพันธ์ในด้าน เวลา สถานที่ ทิศทาง หรือลักษณะ ของสิ่งที่กล่าวถึง
พูดง่าย ๆ คือ Preposition ทำหน้าที่ตอบคำถามประเภท “เมื่อไหร่”, “ที่ไหน”, “อย่างไร” หรือ “กับใคร” ให้กับประโยค ลองเทียบสองประโยคนี้ดู
- The book is on the table. (หนังสืออยู่บนโต๊ะ)
- The book is under the table. (หนังสืออยู่ใต้โต๊ะ)
สังเกตได้ว่าคำนามและกริยาในประโยคเหมือนกัน แต่ความหมายเปลี่ยนไปเลยเพราะ Preposition คำเดียว เหตุผลนี้ทำให้การเข้าใจ Preposition คือสิ่งสำคัญไม่แพ้ Grammar อื่น ๆ อย่าง Verb หรือ Tense เลย
Preposition มีอะไรบ้าง? ทุกอัน อธิบาย พร้อมตัวอย่าง
ในภาษาอังกฤษ Preposition สามารถแบ่งออกได้หลายประเภทตามหน้าที่ในการสื่อความหมาย เราขอแบ่งออกเป็น 7 กลุ่มเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายและจำได้ดีมากขึ้น ดังนี้
1. Preposition of Time (บุพบทบอกเวลา)
Preposition of Time ใช้บอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้น “เมื่อไหร่” เป็นประเภทที่หลายคนสับสนบ่อยที่สุดคือ in, on, at เพราะแปลไทยแล้วดูคล้ายกันหมด แต่จริง ๆ แล้วใช้ต่างกันตามหน่วยเวลา
| Preposition | หลักการใช้ | ตัวอย่างประโยค |
| in | ใช้กับเดือน, ปี, ฤดูกาล, ช่วงเวลายาว ๆ | * I was born in 2005.
* We travel in December. |
| on | ใช้กับวัน (ในสัปดาห์), วันที่ | * The exam is on Monday.
* Her birthday is on July 14. |
| at | ใช้กับเวลาที่ระบุชัดเจน, ช่วงเวลาสั้น ๆ | * Class starts at 9 a.m.
* We met at noon. |
| during | ตลอดช่วงเวลาหนึ่ง (ในระหว่าง…) | * She fell asleep during the movie. |
| since | จุดเริ่มต้นของเวลา (มักใช้กับ Present Perfect) | * I have lived here since 2018. |
| for | ระยะเวลาที่ผ่านไป (เป็นเวลา…) | * I have studied English for three years. |
| before | ก่อน | * Please arrive before 8 a.m. |
| after | หลัง | * I will call you after lunch. |
| until / till | จนกระทั่ง | * Wait here until I come back. |
| by | ภายในเวลาที่กำหนด (ไม่เกิน…) | * Submit the report by Friday. |
2. Preposition of Place (บุพบทบอกสถานที่/ตำแหน่ง)
Preposition of Place คือบุพบทใช้บอกตำแหน่งหรือที่ตั้งของสิ่งของ บุคคล หรือสถานที่
| Preposition | ความหมาย | ตัวอย่างประโยค |
| in | อยู่ภายใน | The keys are in the bag. |
| on | อยู่บนพื้นผิว | There is a cup on the desk. |
| at | อยู่ ณ จุดใดจุดหนึ่ง (พิกัดเฉพาะ) | She is waiting at the bus stop. |
| above / over | อยู่เหนือขึ้นไป (ไม่สัมผัสผิว) | The lamp hangs above the table. |
| below / under | อยู่ข้างใต้ / ข้างล่าง | The cat is sleeping under the chair. |
| between | อยู่ระหว่าง (ของสองสิ่ง) | The shop is between the bank and the café. |
| among | อยู่ท่ามกลาง (ของมากกว่าสองสิ่ง/กลุ่มคน) | She stood among the crowd. |
| behind | อยู่ด้านหลัง | The garden is behind the house. |
| in front of | อยู่ด้านหน้า | He parked in front of the school. |
| next to / beside | อยู่ข้าง ๆ | Sit next to me. |
| near | อยู่ใกล้ | The hotel is near the airport. |
3. Preposition of Movement / Direction (บุพบทบอกทิศทางและการเคลื่อนที่)
ใช้บอกทิศทางการเคลื่อนไหวจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง
| Preposition | ความหมาย | ตัวอย่างประโยค |
| to | ไปยัง (ระบุปลายทาง) | We are going to Bangkok. |
| from | จาก (ระบุต้นทาง) | She comes from Chiang Mai. |
| into | เข้าไปข้างใน (เคลื่อนที่จากนอกเข้าใน) | He walked into the room. |
| onto | ขึ้นไปบน (เคลื่อนที่ขึ้นไปอยู่บนผิว) | The cat jumped onto the roof. |
| through | ทะลุผ่าน / ผ่านเข้าไปใน (พื้นที่ 3 มิติ) | We drove through the tunnel. |
| across | ข้าม (จากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่ง) | They walked across the bridge. |
| along | ไปตามแนว (ขนานไปกับเส้นทาง) | We walked along the beach. |
| towards | มุ่งหน้าไปทาง (บอกทิศทางหลัก) | The ship sailed towards the island. |
| up / down | ขึ้น / ลง | He ran up the stairs. / He walked down the hill. |
4. Preposition of Manner (บุพบทบอกลักษณะหรือวิธีการ)
ใช้บอกว่าทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง “อย่างไร”
- She sang with great emotion. (เธอร้องเพลงด้วยอารมณ์ที่ลึกซึ้ง)
- He solved the problem by working carefully. (เขาแก้ปัญหาด้วยการทำงานอย่างระมัดระวัง)
- My father drives like a professional. (พ่อของฉันขับรถเหมือนมืออาชีพ)
5. Preposition of Agent & Instrument (บุพบทบอกผู้กระทำและเครื่องมือ)
มักเจอบ่อยใน Passive Voice และประโยคที่พูดถึงอุปกรณ์ที่ใช้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
- The novel was written by a famous author. (by = ผู้กระทำ)
- I cut the paper with scissors. (with = เครื่องมือที่ใช้)
6. Preposition of Purpose & Reason (บุพบทบอกจุดประสงค์และเหตุผล)
- She went to the market for vegetables. (ไปตลาดเพื่อซื้อผัก)
- The flight was delayed because of the storm.
- The event was cancelled due to heavy rain.
7. Preposition of Comparison (บุพบทบอกการเปรียบเทียบ)
- My sister is taller than me.
- He works like a machine.
- This bag is unlike the one I saw yesterday.

Preposition หลักการใช้ที่ถูกต้อง
หลังจากที่รู้จักว่า Preposition คืออะไรและประเภทต่างๆ แล้ว หลักการใช้ที่ถูกต้องก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน หลักการต่าง ๆ จะมีด้วยกันดังนี้
1. ตามด้วยคำนามหรือสรรพนามกรรมเสมอ
Preposition จะไม่ตามด้วย Subject Pronoun (I, he, she, they) แต่จะตามด้วย Object Pronoun (me, him, her, them) หรือคำนามเสมอ
- ❌ This gift is for I.
- ✅ This gift is for me.
- ✅ Let’s talk about this issue.
2. ตามด้วย Gerund (V-ing) ไม่ใช่ Infinitive
เมื่อต้องตามด้วยคำกริยา คำกริยานั้นต้องอยู่ในรูป Gerund (V-ing) เสมอ ไม่ใช่ Infinitive (to + V1)
- ❌ She is good at to cook.
- ✅ She is good at cooking.
- ✅ I’m interested in learning English.
3. Fixed Preposition กับ Adjective และ Verb
ภาษาอังกฤษมีคำคุณศัพท์และคำกริยาหลายคำที่ต้องใช้คู่กับ Preposition ตัวใดตัวหนึ่งแบบตายตัว (Collocation) ซึ่งจำเป็นต้องจำเป็นคู่ ๆ ไป เพราะเปลี่ยนคำแล้วความหมายผิดหรือฟังดูไม่เป็นธรรมชาติทันที
| ใช้กับ Adjective | ใช้กับ Verb |
| interested in | listen to |
| good at | depend on |
| afraid of | look at |
| married to | apologize for |
| proud of | arrive at / in |
| famous for | belong to |
4. ตำแหน่งของ Preposition ในประโยค
โดยทั่วไป Preposition จะวางไว้หน้าคำนามหรือสรรพนามเสมอ (Pre-position แปลตรงตัวว่า “วางไว้ข้างหน้า”) แต่ในประโยคคำถามหรือบทสนทนาแบบไม่เป็นทางการ สามารถวาง Preposition ไว้ท้ายประโยคได้เช่นกัน
- Formal: To whom are you talking?
- Informal (ที่ใช้พูดกันทั่วไป): Who are you talking to?
5. ข้อผิดพลาดที่พบเห็นได้บ่อย
- ลืมใส่ Preposition: เพราะภาษาไทยบางประโยคไม่จำเป็นต้องมีคำเชื่อมแบบนี้ เช่น พูดว่า “รอฉันด้วย” อาจลืมใส่ “for” ในประโยค “Wait for me” กลายเป็น “Wait me” ซึ่งไม่ถูกต้อง
- แปลตรงตัวจากภาษาไทย: เช่น คิดว่า “เก่งใน” ต้องใช้ in เสมอ ทั้งที่จริงต้องใช้ at ในกรณีนี้ (“good at”)
- สับสนระหว่าง in, on, at: วิธีจำง่าย ๆ คือ in = พื้นที่ใหญ่/กว้าง, on = พื้นผิวหรือวันที่, at = จุดที่เฉพาะเจาะจง
การฝึกใช้ Preposition ให้คล่องต้องอาศัยการอ่านและฟังประโยคภาษาอังกฤษจริงบ่อย ๆ ควบคู่ไปกับพื้นฐานไวยากรณ์เรื่องอื่น ๆ อย่าง Pronoun และเครื่องหมายวรรคตอนภาษาอังกฤษ เพื่อให้เขียนและพูดประโยคได้อย่างสมบูรณ์และเป็นธรรมชาติมากขึ้น

เรียนภาษาอังกฤษ Guru English
ไวยากรณ์ Preposition คือสิ่งที่อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่จริง ๆ แล้วส่งผลต่อความเข้าใจรูปประโยคและสร้างความมั่นใจในการสื่อสารภาษาอังกฤษเป็นอย่างมาก
ที่ Guru English School โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2005 ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี เราไม่ได้สอนแค่ให้ท่องจำกฎไวยากรณ์ แต่เน้นให้ผู้เรียนเข้าใจหลักการและนำไปใช้พูดได้จริงในชีวิตประจำวัน ผ่านระบบ Loop Learning ที่เรียนซ้ำจนใช้ได้จริง
จุดเด่นหลักสูตร (ตามสไตล์ Guru English)
Native English Teachers
เน้น Speaking จริง (ไม่ใช่แค่ท่องจำ)
Loop System (เรียนซ้ำจนใช้ได้จริง)
Role Play ทุกคลาส
เด็ก “กล้าพูด” และ “ใช้ได้จริง
การวัดผล (Assessment)
Pre-test / Post-test
Speaking Interview
Monthly Progress Report
Level Test (ผ่าน → เลื่อน Level)
ลองชมวิดีโอการเรียนภาษาอังกฤษของเรา Guru English
ถ้าหากสนใจเรียนภาษาอังกฤษ สามารถดูคอร์สของเราได้ เรามีให้เลือกด้วยกันหลากหลายคอร์สและช่วงอายุ
สามารถติดต่อเราได้ที่ guruenglishschool@gmail.com
เบอร์โทรศัพท์ : 093 228 8844
Line @guruenglish
ที่อยู่
สาขาเชียงใหม่: 32 ถนนสนามบินเก่า ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
สาขากรุงเทพฯ: 47/19 ถนนงามวงศ์วาน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900


English
中文