เวลเราเขียน อ่าน พูด หรือฝึกฟังภาษาอังกฤษ เราอาจเคยมีโมเมนต์ที่เราพูดชื่อคนซ้ำไปซ้ำมาซึ่งจริงๆ แล้วอาจฟังดูแปลก เช่น James said James will come to Linda’s birthday party. สังเกตได้ว่ามันฟังดูแปลกและไม่กระชับ ทั้งๆ ที่เราสามารถพูดได้ง่ายๆ และทุกคนเข้าใจว่า James said he will come to Linda’s birthday party. ซึ่งนี่คือหน้าที่ของ Pronoun หรือที่เราเรียกว่าสรรพนาม
บทความนี้ Guru English จะพาไปทำความเข้าใจว่า Pronoun คืออะไร มีกี่ประเภท แต่ละประเภทใช้งานอย่างไร อ่านบทความนี้เสร็จ รับรองว่าเข้าใจกันทุกคน

Pronoun คืออะไร?
Pronoun คือคำที่ใช้เรียกแทนคำนาม (Noun) ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ หรือความคิดและสภาวะต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำนามซ้ำๆ ทำให้ประโยคมีความกระชับ เป็นธรรมชาติและสละสลายมากขึ้น
ตัวอย่างเช่น:
- ไม่มี Pronoun: John is a good student. John always does John’s homework. (จอห์นเป็นนักเรียนที่ดี จอห์นทำการบ้านของจอห์นเสมอ)
- ใช้ Pronoun: John is a good student. He always does his homework. (จอห์นเป็นนักเรียนที่ดี เขาทำการบ้านของเขาสม่ำเสมอ)
จะเห็นได้ว่าการใช้ Pronoun (He, his) ทำให้ประโยคดูเป็นธรรมชาติและน่าอ่านกว่ามาก
Pronoun มีกี่ประเภท? Pronoun 8 ประเภทที่ควรรู้
ในภาษาอังกฤษแบ่งออกเป็น 8 ประเภทหลัก ได้แก่ Personal, Possessive, Reflexive, Demonstrative, Interrogative, Relative, Indefinite และ Reciprocal Pronoun ซึ่งแต่ละประเภทมีหน้าที่และวิธีใช้แตกต่างกันออกไป
1. Personal Pronoun (สรรพนามบุรุษ)
Personal Pronoun คือ คำสรรพนามที่ใช้แทนบุคคล สัตว์ สิ่งของ หรือสถานที่ที่กำลังพูดถึง โดยจะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ Subject Pronoun (รูปประธาน) และ Object Pronoun (รูปกรรม)
Subject Pronoun คือสรรพนามที่ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค เป็นผู้กระทำหรือเป็นหัวข้อหลักของประโยค เมื่อทำหน้าที่เป็นประธาน จะวางไว้หน้ากริยา
Object Pronoun คือสรรพนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรมหรือผู้ถูกกระทำในประโยค เมื่อทำหน้าที่เป็นกรรม จะวางไว้หลังกริยาหรือบุพบท
- Subject Pronoun (ประธาน): I, You, We, They, He, She, It
- Object Pronoun (กรรม): me, you, us, them, him, her, it
วิธีการใช้และตัวอย่าง:
Subject Pronoun: วางไว้หน้าคำกริยา ทำหน้าที่เป็นผู้กระทำ
- She is reading a book. (เธอกำลังอ่านหนังสือ)
- They went to the cinema yesterday. (พวกเขาไปโรงภาพยนตร์เมื่อวานนี้)
Object Pronoun: วางไว้หลังคำกริยาหรือบุพบท ทำหน้าที่เป็นผู้ถูกกระทำ
- The teacher gave me a pen. (คุณครูให้ปากกาแก่ฉัน)
- I am waiting for him. (ฉันกำลังรอเขาอยู่)
2. Possessive Pronoun (สรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ)
Possessive Pronoun คือ คำสรรพนามที่ใช้แสดงความเป็นเจ้าของ โดยไม่ต้องมีคำนามตามหลัง (ต่างจาก Possessive Adjective เช่น my, your, his ที่ต้องมีคำนามตามหลังเสมอ)
- คำที่ใช้: mine, yours, ours, theirs, his, hers, its
วิธีการใช้และตัวอย่าง:ใช้แทนคำนามที่ถูกกล่าวถึงมาแล้ว เพื่อแสดงว่าสิ่งนั้นเป็นของใคร
- This book is mine. (หนังสือเล่มนี้เป็นของฉัน)
- Is that car yours? (รถคันนั้นเป็นของคุณหรือเปล่า?)
- Their house is big, but ours is small. (บ้านของพวกเขาใหญ่ แต่บ้านของเราเล็ก)
3. Reflexive Pronoun (สรรพนามสะท้อน)
Reflexive Pronoun คือสรรพนามที่ใช้เมื่อประธานและกรรมของประโยคเป็นคน/สิ่งเดียวกัน หรือใช้เพื่อเน้นย้ำว่าประธานทำสิ่งนั้นด้วยตัวเองโดยไม่มีใครช่วย (Intensive use) โดยคำในกลุ่มนี้ลงท้ายด้วย -self (เอกพจน์) หรือ -selves (พหูพจน์)
- คำที่ใช้: myself, yourself, yourselves, ourselves, themselves, himself, herself, itself
วิธีการใช้และตัวอย่าง:
ใช้เป็นกรรมของประโยค: เมื่อผู้กระทำและผู้ถูกกระทำเป็นคนเดียวกัน
- I cut myself while cooking. (ฉันทำมีดบาดตัวเองตอนทำอาหาร)
- She looked at herself in the mirror. (เธอมองตัวเองในกระจก)
ใช้เพื่อเน้นย้ำ (Emphatic Pronoun): วางไว้หลังประธานหรือท้ายประโยค เพื่อเน้นว่าประธานเป็นผู้ทำสิ่งนั้นด้วยตัวเอง
- I will do it myself. (ฉันจะทำมันด้วยตัวเอง)
- The manager himself welcomed the guests. (ผู้จัดการมาต้อนรับแขกด้วยตัวเอง)

4. Demonstrative Pronoun (สรรพนามชี้เฉพาะ)
Demonstrative Pronoun คือ คำสรรพนามที่ใช้ชี้เฉพาะเจาะจงว่ากำลังพูดถึงสิ่งไหน อันไหน หรือคนไหน โดยบอกระยะใกล้-ไกล
- คำที่ใช้: this (นี่ – เอกพจน์/ใกล้), that (นั่น – เอกพจน์/ไกล), these (เหล่านี้ – พหูพจน์/ใกล้), those (เหล่านั้น – พหูพจน์/ไกล)
วิธีการใช้และตัวอย่าง:
ใช้แทนคำนามเพื่อชี้เฉพาะสิ่งต่างๆ
- This is my favorite song. (นี่คือเพลงโปรดของฉัน)
- That looks like a good restaurant. (นั่นดูเหมือนจะเป็นร้านอาหารที่ดีนะ)
- These are my shoes, and those are yours. (เหล่านี้คือรองเท้าของฉัน และเหล่านั้นคือของคุณ)
5. Interrogative Pronoun (สรรพนามคำถาม)
Interrogative Pronoun คือสรรพนามที่ใช้ตั้งคำถาม ได้แก่ who, whom, whose, what, which โดยแต่ละคำใช้ถามถึงสิ่งที่ต่างกัน
วิธีใช้และตัวอย่างการใช้ Interrogative Pronoun
- who ถามถึง “ใคร” ในฐานะประธานของประโยค
- whom ถามถึง “ใคร” ในฐานะกรรม (เป็นทางการ มักใช้ในภาษาเขียน)
- whose ถามถึง “ของใคร” เพื่อสอบถามความเป็นเจ้าของ
- what ถามถึง “อะไร” แบบทั่วไป ไม่มีตัวเลือกจำกัด
- which ถามถึง “อันไหน” เมื่อมีตัวเลือกจำกัดให้เลือก
ตัวอย่างการใช้ Interrogative Pronoun
- Who is calling? (ใครโทรมา)
- Whom did you invite? (คุณเชิญใครมา)
- Whose bag is this? (กระเป๋านี้ของใคร)
- Which color do you prefer, red or blue? (คุณชอบสีไหนมากกว่า แดงหรือฟ้า)
6. Relative Pronoun (สรรพนามเชื่อมความ)
Relative Pronoun คือ คำสรรพนามที่ใช้เชื่อมประโยคย่อย (Relative Clause) เข้ากับประโยคหลัก เพื่อขยายคำนามที่อยู่ข้างหน้า
วิธีใช้ Relative Pronoun
- who ใช้แทนคน ในฐานะประธานของอนุประโยค
- whom ใช้แทนคน ในฐานะกรรมของอนุประโยค (เป็นทางการ)
- whose ใช้แสดงความเป็นเจ้าของ ใช้ได้ทั้งกับคนและสิ่งของ
- which ใช้แทนสัตว์หรือสิ่งของ
- that ใช้แทนได้ทั้งคนและสิ่งของ แต่ใช้เฉพาะในอนุประโยคแบบจำกัดความ (defining clause) เท่านั้น
ตัวอย่างการใช้ Relative Pronoun
- The man who called you is my brother. (ชายที่โทรมาหาคุณคือพี่ชายของฉัน)
- This is the book that I borrowed from the library. (นี่คือหนังสือที่ฉันยืมมาจากห้องสมุด)
- She is the teacher whose class I love most. (เธอคือครูที่ฉันรักวิชาของเธอมากที่สุด)
- The car which I bought last year broke down. (รถที่ฉันซื้อปีที่แล้วเสีย)
7. Indefinite Pronoun (สรรพนามไม่ชี้เฉพาะ)
Indefinite Pronoun คือ สรรพนามที่ใช้แทนคน สิ่งของ หรือจำนวนแบบไม่เจาะจงว่าเป็นใครหรือสิ่งใดที่แน่ชัด
วิธีใช้ Indefinite Pronoun
- คำที่ขึ้นต้นด้วย some- ใช้ในประโยคบอกเล่าทั่วไป และคำขอแบบสุภาพ
- คำที่ขึ้นต้นด้วย any- ใช้ในประโยคปฏิเสธ คำถาม หรือเงื่อนไข
- คำที่ขึ้นต้นด้วย every- ใช้แทน “ทุกคน/ทุกสิ่ง” และถือเป็นเอกพจน์เสมอ (ตามด้วยกริยาเอกพจน์)
- คำที่ขึ้นต้นด้วย no- ใช้แทน “ไม่มีใคร/ไม่มีสิ่งใด” และถือเป็นเอกพจน์เช่นกัน
- นอกจากนี้ยังมีคำอย่าง each, either, neither, all, none, several, few ที่จัดเป็น Indefinite Pronoun
ตัวอย่างการใช้ Indefinite Pronoun
- Someone left their phone on the table. (มีใครบางคนทิ้งโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ)
- I don’t have anything to wear. (ฉันไม่มีอะไรจะใส่เลย)
- Everybody enjoyed the trip. (ทุกคนสนุกกับทริปนี้)
- Neither of the options works for me. (ทั้งสองตัวเลือกใช้ไม่ได้กับฉันเลย)
8. Reciprocal Pronoun (สรรพนามแสดงความสัมพันธ์ร่วมกัน)
Reciprocal Pronoun คือ สรรพนามที่แสดงการกระทำซึ่งเกิดขึ้น “ร่วมกัน” ระหว่างคนหรือสิ่งตั้งแต่สองฝ่ายขึ้นไป โดยแต่ละฝ่ายต่างทำสิ่งเดียวกันต่ออีกฝ่าย มีอยู่เพียง 2 คำเท่านั้น คือ each other และ one another เป็นอีกประเภทที่บทความ Pronoun ส่วนใหญ่มักไม่ครอบคลุมถึง แต่จำเป็นมากสำหรับการสื่อสารระดับธรรมชาติ
วิธีใช้ Reciprocal Pronoun
- each other ตามหลักดั้งเดิมใช้เมื่อพูดถึงคนหรือสิ่งของ 2 ฝ่าย
- one another ตามหลักดั้งเดิมใช้เมื่อพูดถึงมากกว่า 2 ฝ่าย แม้ในภาษาอังกฤษปัจจุบันมักใช้แทนกันได้ทั้งสองกรณี
- มักวางไว้หลังกริยา หรือหลังบุพบท
ตัวอย่างการใช้ Reciprocal Pronoun
- The two friends helped each other with their homework. (เพื่อนสองคนช่วยกันทำการบ้าน)
- All the players congratulated one another after the win. (นักกีฬาทุกคนแสดงความยินดีกับกันและกันหลังชนะ)
- They looked at each other and smiled. (พวกเขามองหน้ากันแล้วยิ้ม)

ตารางสรุปความแตกต่างของ Pronoun แต่ละประเภทแบบเข้าใจง่าย
เพื่อให้สามารถจำได้ง่ายมากขึ้น เราได้ทำตารางสรุปความแตกต่างของ Pronoun แต่ละประเภทให้ทุกคนนำไปใช้เอาไว้ทบทวนในเวลาว่างๆ
| ประเภท | คำหลักที่ใช้บ่อย | หน้าที่ | ตัวอย่างประโยค |
| Personal (Subject) | I, you, he, she, it, we, they | เป็นประธานของประโยค | She loves music. (เธอรักดนตรี) |
| Personal (Object) | me, you, him, her, it, us, them | เป็นกรรมของกริยา/บุพบท | I saw her yesterday. (ฉันเห็นเธอเมื่อวาน) |
| Possessive Adjective | my, your, his, her, its, our, their | ขยายคำนามแสดงความเป็นเจ้าของ (ต้องมีคำนามตามหลัง) | This is my bag. (นี่คือกระเป๋าของฉัน) |
| Possessive Pronoun | mine, yours, his, hers, its, ours, theirs | แทนคำนามแสดงความเป็นเจ้าของ (ไม่ต้องมีคำนามตามหลัง) | This bag is mine. (กระเป๋านี้เป็นของฉัน) |
| Reflexive | myself, yourself, himself, herself, itself, ourselves, yourselves, themselves | สะท้อนกลับสู่ประธาน หรือเน้นย้ำว่าทำเอง | He taught himself English. (เขาสอนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง) |
| Demonstrative | this, that, these, those | ชี้เฉพาะสิ่งที่กำลังพูดถึง | This is delicious. (อันนี้อร่อย) |
| Interrogative | who, whom, whose, what, which | ใช้ตั้งคำถาม | What do you want? (คุณต้องการอะไร) |
| Relative | who, whom, whose, which, that | เชื่อมอนุประโยคขยายคำนาม | The girl who won the prize is my sister. (เด็กผู้หญิงที่ได้รับรางวัลคือน้องสาวของฉัน) |
| Indefinite | someone, anyone, everyone, no one, something, anything, everything, nothing | แทนคน/สิ่งของแบบไม่เจาะจง | Someone is knocking at the door. (มีคนกำลังเคาะที่ประตู) |
| Reciprocal | each other, one another | แสดงการกระทำร่วมกันระหว่างสองฝ่ายขึ้นไป | They support each other. (พวกเขาสนับสนุนกันและกัน) |
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Pronoun (FAQ)
Pronoun มีกี่ประเภท?
Pronoun ในภาษาอังกฤษแบ่งออกเป็น 8 ประเภทหลัก ได้แก่ Personal, Possessive, Reflexive, Demonstrative, Interrogative, Relative, Indefinite และ Reciprocal Pronoun บางตำราในไทยแยก Subject กับ Object Pronoun เป็นคนละหมวด ทำให้บางแหล่งระบุว่ามี 9 ประเภท แต่หลักการใช้งานยังคงเหมือนกันทุกประการ
Pronoun ต่างจาก Noun อย่างไร?
Noun คือคำนามที่ใช้เรียกชื่อคน สัตว์ สิ่งของ หรือสถานที่อย่างเจาะจง ส่วน Pronoun คือคำที่ใช้แทน Noun เพื่อไม่ต้องพูดหรือเขียนคำนามเดิมซ้ำ ๆ ในประโยคเดียวกันหรือประโยคที่ตามมา ช่วยให้ภาษากระชับและฟังเป็นธรรมชาติมากขึ้น
Possessive Adjective กับ Possessive Pronoun ต่างกันอย่างไร?
Possessive Adjective (my, your, his, her, its, our, their) ต้องมีคำนามตามหลังเสมอ เช่น my car ส่วน Possessive Pronoun (mine, yours, his, hers, its, ours, theirs) ใช้แทนคำนามได้เลยโดยไม่ต้องมีคำนามตามหลัง เช่น This car is mine.
Who กับ Whom ใช้ต่างกันอย่างไร?
Who ใช้เมื่อคำนั้นทำหน้าที่เป็นประธานของประโยคหรืออนุประโยค ส่วน Whom ใช้เมื่อทำหน้าที่เป็นกรรม วิธีจำง่าย ๆ คือลองตอบคำถามด้วย he หรือ him ถ้าตอบด้วย he ให้ใช้ who ถ้าตอบด้วย him ให้ใช้ whom
Each Other กับ One Another ใช้ต่างกันอย่างไร?
ตามหลักไวยากรณ์ดั้งเดิม each other ใช้กับคนหรือสิ่งของ 2 ฝ่าย ส่วน one another ใช้กับมากกว่า 2 ฝ่าย แต่ในภาษาอังกฤษปัจจุบันทั้งสองคำมักใช้แทนกันได้โดยไม่ผิดความหมาย
This, That, These, Those ใช้ต่างกันอย่างไรบ้าง?
ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยคือระยะใกล้-ไกล และจำนวนเอกพจน์-พหูพจน์ โดย this ใช้กับของใกล้ที่เป็นเอกพจน์ that ใช้กับของไกลที่เป็นเอกพจน์ these ใช้กับของใกล้ที่เป็นพหูพจน์ และ those ใช้กับของไกลที่เป็นพหูพจน์
Relative Pronoun ตัวไหนใช้กับคน ตัวไหนใช้กับสิ่งของ?
Who, whom และ whose ใช้กับคน ส่วน which ใช้กับสัตว์และสิ่งของ ในขณะที่ that สามารถใช้แทนได้ทั้งคนและสิ่งของ แต่ใช้ได้เฉพาะในอนุประโยคแบบจำกัดความ (defining relative clause) เท่านั้น
Reflexive Pronoun ใช้ตอนไหน จำเป็นต้องมีในทุกประโยคหรือไม่?
ใช้เฉพาะเมื่อประธานและกรรมของกริยาเป็นคนหรือสิ่งเดียวกัน เช่น hurt, blame, enjoy หรือต้องการเน้นว่าทำเองโดยไม่มีใครช่วย ไม่จำเป็นต้องมีในทุกประโยค และไม่ควรใช้แทน Personal Pronoun ในตำแหน่งประธานทั่วไป
มีวิธีจำ Pronoun ทั้ง 8 ประเภทแบบไม่ต้องท่องจำไหม?
วิธีที่ได้ผลคือจำผ่าน “หน้าที่” ของแต่ละประเภทมากกว่าจำเป็นรายการคำ เช่น ถามว่าใคร = Interrogative, ของใคร = Possessive, ทำเอง = Reflexive, ชี้สิ่งนี้สิ่งนั้น = Demonstrative จากนั้นฝึกแต่งประโยคของจริงบ่อย ๆ จะช่วยให้จำได้แม่นยำกว่าการท่องจำตารางเพียงอย่างเดียว

เรียนภาษาอังกฤษกับ Guru English เข้าใจพื้นฐานทุกระดับ
Pronoun คือพื้นฐานของภาษาอังกฤษที่เราต้องเข้าใจ และจะอยู่ในภาษาอังกฤษทุกระดับ หากกำลังมองหาที่เรียนภาษาอังกฤษที่เน้นให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ชีวิตประจำวันได้จริง เรา Guru English พร้อมเป็นตัวช่วยให้สามารถเข้าใจภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจในทุกระดับภาษา
จุดเด่นหลักสูตร (ตามสไตล์ Guru English)
Native English Teachers
เน้น Speaking จริง (ไม่ใช่แค่ท่องจำ)
Loop System (เรียนซ้ำจนใช้ได้จริง)
Role Play ทุกคลาส
เด็ก “กล้าพูด” และ “ใช้ได้จริง
การวัดผล (Assessment)
Pre-test / Post-test
Speaking Interview
Monthly Progress Report
Level Test (ผ่าน → เลื่อน Level)
ลองชมวิดีโอการเรียนภาษาอังกฤษของเรา Guru English
ถ้าหากสนใจเรียนภาษาอังกฤษ สามารถดูคอร์สของเราได้ เรามีให้เลือกด้วยกันหลากหลายคอร์สและช่วงอายุ
สามารถติดต่อเราได้ที่ guruenglishschool@gmail.com
เบอร์โทรศัพท์ : 093 228 8844
Line @guruenglish
ที่อยู่
สาขาเชียงใหม่: 32 ถนนสนามบินเก่า ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
สาขากรุงเทพฯ: 47/19 ถนนงามวงศ์วาน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900


English
中文