อยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มจากการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะเรียนเพื่อสอบ ทำงาน หรือการสื่อสารทั่วไป วัดระดับภาษาอังกฤษของตัวเองให้ชัดเจนว่าอยู่ในระดับไหนเพื่อให้สามารถเลือกเนื้อหาได้อย่างเหมาะสม เริ่มใช้คำศัพท์ที่ใช้บ่อย ฝึกฟัง ฝึกพูด เรียนรู้แกรมมาร์ควบคู่กัน เริ่มใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ
การเริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆ ก้าวแรกของการเรียนรู้มักจะเป็นก้าวที่ยากที่สุด เพราะการเริ่มต้นที่ผิดพลาดก็อาจทำให้ไม่เข้าใจในตัวภาษาจนทำให้ท้อแล้วเลิกเรียนไป แล้ววิธีเริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษ อยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มจากอะไร? บทความนี้ Guru English จะมาแนะนำ 9 เทคนิคที่ต้องรู้ ว่าควรเริ่มจากอะไร เพื่อให้การเริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษมีความราบรื่น มีเทคนิคการฝึกที่ถูกต้อง เพื่อให้เก่งภาษาอังกฤษได้จริง

อยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มจากอะไร? วิธีเริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษ 9 เทคนิค
การเริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษ มีหลายเทคนิคที่เราควรรู้ สำหรับคนอยากเก่งภาษาอังกฤษที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี เริ่มอย่างไรให้เราสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการเรียนรู้ อยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มจาก 9 เทคนิคนี้
1. ตั้งเป้าหมายการเรียนภาษาอังกฤษให้ชัดเจน
ก่อนจะไปรู้ว่าอยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มจากอะไร อันดับแรกคือต้องกำหนดเป้าหมายการเรียนภาษาอังกฤษของเราให้ชัดเจน เพราะการเรียนแบบไม่มีเป้าหมายก็อาจทำให้หมดไฟง่าย เพราะฉะนั้น ควรถามตัวเองก่อนว่า เรียนเพื่ออะไร เรียนเพื่อการสื่อสารทั่วไป เรียนเพื่อทำงาน เรียนเพื่อความก้าวหน้าทางอาชีพ เรียนเพื่อสอบวัดระดับ หรือเพื่อนำไปใช้เรียนต่อต่างประเทศ
นอกจากนั้นก็ควรกำหนดเป้าหมายระยะสั้นเอาไว้ด้วย เช่น “ใน 1 เดือนจะต้องท่องศัพท์ให้ได้ 50 คำ” หรือ “ใน 3 เดือนจะต้องดูหนังจบ 1 เรื่องแบบไม่ต้องอ่านซับไทย” เพื่อให้เรารู้ทิศทางและเป็นแรงผลักดันในการเรียนรู้ เพราะเมื่อยิ่งเจาะลึกในเนื้อหา ระดับภาษาก็จะยิ่งยากขึ้น
2. วัดระดับภาษาอังกฤษของตัวเองก่อน
หลังจากที่กำหนดเป้าหมายในการเรียนภาษาอังกฤษแล้ว ก็ควรประเมินก่อนว่าระดับภาษาอังกฤษของเราอยู่ในระดับไหน เช่น ระดับ Beginner, Elementary หรือระดับ Intermediate เพื่อให้เราเข้าใจระดับของตัวเอง และเพื่อให้สามารถเรียนเนื้อหาได้อย่างเหมาะสมกับระดับ ไม่ยากหรือง่ายจนเกินไป ช่วยประหยัดเวลาในการเรียนและวางแผนการเรียนได้แม่นยำมากขึ้น สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษหรือใช้แอพพลิเคชันทดสอบระดับก็ได้เช่นกัน
3. ฝึกฟังภาษาอังกฤษทุกวัน
เพราะการฟังคือการรับสารอย่างหนึ่งที่ทำให้เราคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษได้ดีที่สุดและเป็นรากฐานของการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการฟังคลิปสั้น การฟัง Podcast การฟังข่าวเป็นภาษาอังกฤษ รวมถึงการฟังเพลงสากลและหาเนื้อร้องมาฟังประกอบ โดยการฟังจะช่วยให้เราจดจำภาษาได้ดียิ่งขึ้น การดูเนื้อหาจะทำให้เรารู้จักการออกเสียงของคำหรือประโยคนั้นๆ และการร้องตามหรืออ่านตามก็จะเป็นการทำให้เราคุ้นเคยกับการพูดได้มากยิ่งขึ้น แม้ว่าคำบางคำหรือประโยคบางประโยคเรายังไม่เข้าใจก็ตาม
4. ฝึกพูดตาม (Shadowing Technique)
Shadowing Technique คือการฟังแล้วพูดตามอย่างทันที โดยวิธีนี้จะช่วยฝึกในเรื่องของความคล่องแคล่วในการพูด จังหวะของประโยค การออกเสียงคำศัพท์ รวมถึงเรื่องของสำเนียงด้วยเช่นกัน
5. เข้าใจโครงสร้างพื้นฐานของแกรมมาร์
ในช่วงเริ่มต้นอาจยังไม่จำเป็นต้องเจาะลึกทุก Tense แต่ควรเข้าใจโครงสร้างพื้นฐานก่อน เช่น Present Simple, Past Simple. Verb to be รวมถึงการตั้งประโยคคำถาม เพราะแกรมมาร์คือโครงสร้างพื้นฐานที่จะทำให้เราสามารถสื่อสารได้อย่างถูกต้อง
6. ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน
เพื่อสร้างแวดล้อมการเรียนภาษาอังกฤษรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นการ
- เปลี่ยนภาษาโทรศัพท์เป็นภาษาอังกฤษ
- อ่านเมนูหรือป้ายภาษาอังกฤษ
- คิดเป็นประโยคอังกฤษในใจ ฝึกคิดเป็นภาษาอังกฤษกับสิ่งรอบตัว
- การดูหนังหรือซีรีส์พากย์อังกฤษ หรือซับไตเติลอังกฤษ
- ฟังเพลงภาษาอังกฤษ
- อ่านนิทานเด็กหรือข่าวภาษาอังกฤษ
- ติดตามเพจสอนภาษา หรือเพจโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ
การใช้ภาษาอังกฤษทุกวันจะเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยกับภาษาได้เร็วขึ้น
7. จดจำคำศัพท์จากประโยค
ยกตัวอย่างเช่นคำศัพท์อย่างคำว่า Improve เราไม่ควรจดจำคำศัพท์เดี่ยวคำเดียว แต่ควรจำเป็นประโยค เช่น
If you practice speaking every day, you will gradually improve your fluency. (หากคุณฝึกพูดทุกวัน คุณจะค่อยๆ พัฒนาความคล่องขึ้นได้เรื่อยๆ)
การจดจำประโยค จะช่วยให้เราเข้าใจบริบทและนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
8. อย่ากลัวที่จะผิด
ความผิดพลาดเป็นสิ่งที่คนเรียนภาษาอังกฤษหลายคนกลัว กลัวผิดแกรมมาร์ กลัวเรื่องของสำเนียงว่าคนอื่นจะฟังไม่รู้เรื่อง แต่สิ่งที่เราต้องทำความเข้าใจ คือถ้าอยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มจากการยอมรับให้ได้ว่าความผิดพลาด “เป็นเรื่องที่ดี” เพราะเราจะได้รู้ว่าควรแก้ตรงไหน โดยเฉพาะการพูดคุยกับครูสอนภาษาอังกฤษชาวต่างชาติ ที่จะช่วยแก้ไขข้อผิดพลาด ยิ่งพูดผิดก็ยิ่งรู้ว่าควรแก้ตรงไหน อยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มจากอะไร? ความกล้าที่จะผิดจะเป็นเทคนิคที่สำคัญ
9. ฝึกสม่ำเสมอ สร้างวินัยในการเรียนภาษาอังกฤษ
การฝึกภาษาอังกฤษ จำเป็นต้องมีความสม่ำเสมอในการเรียน ต้องอาศัยการทำซ้ำๆ เช่น การฝึกวันละ 15-30 นาทีทุกวัน จะได้ผลดีกว่าการนั่งเรียน 5 ชั่วโมงในวันเดียว แทนที่จะภาษาอังกฤษจะเป็นแค่วิชาหนึ่งในคลาส เราต้องทำให้การเรียนรู้ภาษาเป็น “ชีวิตประจำวัน” แทน
ตารางฝึกภาษาอังกฤษวันละ 30 นาทีสำหรับคนมีเวลาน้อย
นอกจากการเรียนในคลาสเรียนแล้ว การฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเองในเวลาว่างหรือสำหรับคนที่มีเวลาไม่มากหลายชั่วโมงต่อวัน ก็สามารถฝึกภาษาอังกฤษได้ เพียงแค่วันละ 30 นาทีก็สามารถทำได้ ด้วยตารางฝึกง่ายๆ ดังนี้
| ช่วงเวลา | กิจกรรม | สิ่งที่ได้ |
| 0-10 นาที | ฟัง Podcast หรือข่าวสั้น (ขณะเดินทาง/อาบน้ำ) | ฝึกทักษะการฟังและจับใจความ |
| 10-20 นาที | อ่านบทความสั้นๆ 1 เรื่อง | เรียนรู้คำศัพท์ใหม่และรูปประโยค |
| 20-25 นาที | จดคำศัพท์ใหม่ 3-5 คำ | เพิ่มคลังคำศัพท์ |
| 25-30 นาที | พูดสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้หน้ากระจก | ฝึกการพูดและการเรียบเรียงความคิด |

แกรมมาร์ภาษาอังกฤษที่จำเป็นสำหรับผู้เริ่มต้น มีอะไรบ้าง
Core Grammar ที่ใช้บ่อยที่สุด ถือเป็นก้าวเริ่มต้นสำหรับการเรียนรู้ Grammar หรือไวยากรณ์ที่ Advance ขึ้นไปอีก ซึ่งแกรมมาร์สำหรับผู้เริ่มต้นที่ใช้บ่อยและจะต้องเจอ เช่น
Tenses หลัก (3 Tenses):
- Present Simple: ใช้พูดถึงความจริง นิสัย กิจวัตร (I eat rice.)
- Past Simple: ใช้เล่าเรื่องในอดีตที่จบไปแล้ว (I ate rice yesterday.)
- Future Simple: ใช้พูดถึงอนาคต (I will eat rice.)
Parts of Speech: รู้จักหน้าที่ของคำ (Noun, Verb, Adjective) เพื่อวางตำแหน่งในประโยคให้ถูก
Basic Sentence Structure: โครงสร้างประโยคพื้นฐาน ประธาน + กริยา + กรรม (S + V + O)
เรียนภาษาอังกฤษกี่เดือนถึงจะสื่อสารได้คล่อง?
จะขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของการฝึกทักษะภาษาอังกฤษ ระดับที่เก่งหรือสามารถสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่ว อาจใช้เวลาประมาณ 1-2 ปีขึ้นไป แต่สิ่งสำคัญคือต้องใช้ทุกวัน มีการฝึกฝนการพูดอย่างสม่ำเสมอ และไม่ควรไปโฟกัสที่เวลา แต่ควรโฟกัสที่ชั่วโมงบินมากกว่า เพราะยิ่งใช้มาก ก็ยิ่งทำให้การสื่อสารภาษาอังกฤษดียิ่งขึ้น

เรียนภาษาอังกฤษกับ Guru English ดีอย่างไร?
โรงเรียนสอนภาษา Guru English เรารู้ดีกว่าถ้าอยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มจากอะไร เราก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2005 มุ่งเน้นการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยมีครูเจ้าของภาษาที่มีทักษะสูงจากหลากหลายประเทศ เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา ที่เข้าใจการใช้ภาษาของนักเรียนไทย
- ครูเจ้าของภาษาแท้จาก US/UK/Australia (เข้าใจปัญหาคนไทยสุด ๆ)
- เน้นสนทนา + กิจกรรมสนุก ไม่ท่องจำ
- คลาสเล็ก 4-12 คน ราคาเข้าถึงได้
- หลักสูตร Oxford & Cambridge + ใบประกาศนียบัตรกระทรวงศึกษา (ใช้สมัครงาน โรงแรม สายการบิน เรียนต่อได้)
- มีสาขากรุงเทพฯ และ เชียงใหม่ + คลาสออนไลน์
- ได้รับรางวัลโรงเรียนภาษาดีที่สุด 10 ปีซ้อน
- นักเรียนเห็นผลเร็ว กล้าพูดขึ้นใน 2-3 เดือน
ลองชมวิดีโอการเรียนภาษาอังกฤษของเรา Guru English
ถ้าหากสนใจเรียนภาษาอังกฤษ สามารถดูคอร์สของเราได้ เรามีให้เลือกด้วยกันหลากหลายคอร์สและช่วงอายุ
สามารถติดต่อเราได้ที่ guruenglishschool@gmail.com
เบอร์โทรศัพท์ : 093 228 8844
Line @guruenglish
ที่อยู่
สาขาเชียงใหม่: 32 ถนนสนามบินเก่า ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
สาขากรุงเทพฯ: 47/19 ถนนงามวงศ์วาน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900


English
中文