Skip to content
Guru English Logo
  • จองคลาสของฉัน
  • เกี่ยวกับเรา
  • ตารางเรียน
    • ตารางการเรียน
    • ราคาคอร์สเรียน
      • คอร์สเรียนแบบกลุ่ม
      • คอร์สเรียนแบบ Private
      • Guru English School โรงเรียนนานาชาติเพื่อการศึกษาขั้นสูง
  • ติดต่อเรา
  • บทความ
  •  ภาษา: ไทย
    •  ไทย ไทย
    •  English English
    •  中文 中文
Guru English Logo
  • จองคลาสของฉัน
  • เกี่ยวกับเรา
  • ตารางเรียน
    • ตารางการเรียน
    • ราคาคอร์สเรียน
      • คอร์สเรียนแบบกลุ่ม
      • คอร์สเรียนแบบ Private
      • Guru English School โรงเรียนนานาชาติเพื่อการศึกษาขั้นสูง
  • ติดต่อเรา
  • บทความ
  •  ภาษา: ไทย
    •  ไทย ไทย
    •  English English
    •  中文 中文
Blog

อยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มจากอะไร? 9 เทคนิคที่ต้องรู้

  • 24 ก.พ., 2026
  • Com 0
อยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มจากอะไร

อยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มจากการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะเรียนเพื่อสอบ ทำงาน หรือการสื่อสารทั่วไป วัดระดับภาษาอังกฤษของตัวเองให้ชัดเจนว่าอยู่ในระดับไหนเพื่อให้สามารถเลือกเนื้อหาได้อย่างเหมาะสม เริ่มใช้คำศัพท์ที่ใช้บ่อย ฝึกฟัง ฝึกพูด เรียนรู้แกรมมาร์ควบคู่กัน เริ่มใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

การเริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆ ก้าวแรกของการเรียนรู้มักจะเป็นก้าวที่ยากที่สุด เพราะการเริ่มต้นที่ผิดพลาดก็อาจทำให้ไม่เข้าใจในตัวภาษาจนทำให้ท้อแล้วเลิกเรียนไป แล้ววิธีเริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษ อยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มจากอะไร? บทความนี้ Guru English จะมาแนะนำ 9 เทคนิคที่ต้องรู้ ว่าควรเริ่มจากอะไร เพื่อให้การเริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษมีความราบรื่น มีเทคนิคการฝึกที่ถูกต้อง เพื่อให้เก่งภาษาอังกฤษได้จริง

อยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มจากอะไร

อยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มจากอะไร? วิธีเริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษ 9 เทคนิค

การเริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษ มีหลายเทคนิคที่เราควรรู้ สำหรับคนอยากเก่งภาษาอังกฤษที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี เริ่มอย่างไรให้เราสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการเรียนรู้ อยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มจาก 9 เทคนิคนี้

1. ตั้งเป้าหมายการเรียนภาษาอังกฤษให้ชัดเจน

ก่อนจะไปรู้ว่าอยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มจากอะไร อันดับแรกคือต้องกำหนดเป้าหมายการเรียนภาษาอังกฤษของเราให้ชัดเจน เพราะการเรียนแบบไม่มีเป้าหมายก็อาจทำให้หมดไฟง่าย เพราะฉะนั้น ควรถามตัวเองก่อนว่า เรียนเพื่ออะไร เรียนเพื่อการสื่อสารทั่วไป เรียนเพื่อทำงาน เรียนเพื่อความก้าวหน้าทางอาชีพ เรียนเพื่อสอบวัดระดับ หรือเพื่อนำไปใช้เรียนต่อต่างประเทศ

นอกจากนั้นก็ควรกำหนดเป้าหมายระยะสั้นเอาไว้ด้วย เช่น “ใน 1 เดือนจะต้องท่องศัพท์ให้ได้ 50 คำ” หรือ “ใน 3 เดือนจะต้องดูหนังจบ 1 เรื่องแบบไม่ต้องอ่านซับไทย” เพื่อให้เรารู้ทิศทางและเป็นแรงผลักดันในการเรียนรู้ เพราะเมื่อยิ่งเจาะลึกในเนื้อหา ระดับภาษาก็จะยิ่งยากขึ้น

2. วัดระดับภาษาอังกฤษของตัวเองก่อน

หลังจากที่กำหนดเป้าหมายในการเรียนภาษาอังกฤษแล้ว ก็ควรประเมินก่อนว่าระดับภาษาอังกฤษของเราอยู่ในระดับไหน เช่น ระดับ Beginner, Elementary หรือระดับ Intermediate เพื่อให้เราเข้าใจระดับของตัวเอง และเพื่อให้สามารถเรียนเนื้อหาได้อย่างเหมาะสมกับระดับ ไม่ยากหรือง่ายจนเกินไป ช่วยประหยัดเวลาในการเรียนและวางแผนการเรียนได้แม่นยำมากขึ้น สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษหรือใช้แอพพลิเคชันทดสอบระดับก็ได้เช่นกัน

3. ฝึกฟังภาษาอังกฤษทุกวัน

เพราะการฟังคือการรับสารอย่างหนึ่งที่ทำให้เราคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษได้ดีที่สุดและเป็นรากฐานของการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการฟังคลิปสั้น การฟัง Podcast การฟังข่าวเป็นภาษาอังกฤษ รวมถึงการฟังเพลงสากลและหาเนื้อร้องมาฟังประกอบ โดยการฟังจะช่วยให้เราจดจำภาษาได้ดียิ่งขึ้น การดูเนื้อหาจะทำให้เรารู้จักการออกเสียงของคำหรือประโยคนั้นๆ และการร้องตามหรืออ่านตามก็จะเป็นการทำให้เราคุ้นเคยกับการพูดได้มากยิ่งขึ้น แม้ว่าคำบางคำหรือประโยคบางประโยคเรายังไม่เข้าใจก็ตาม

4. ฝึกพูดตาม (Shadowing Technique)

Shadowing Technique คือการฟังแล้วพูดตามอย่างทันที โดยวิธีนี้จะช่วยฝึกในเรื่องของความคล่องแคล่วในการพูด จังหวะของประโยค การออกเสียงคำศัพท์ รวมถึงเรื่องของสำเนียงด้วยเช่นกัน

5. เข้าใจโครงสร้างพื้นฐานของแกรมมาร์

ในช่วงเริ่มต้นอาจยังไม่จำเป็นต้องเจาะลึกทุก Tense แต่ควรเข้าใจโครงสร้างพื้นฐานก่อน เช่น Present Simple, Past Simple. Verb to be รวมถึงการตั้งประโยคคำถาม เพราะแกรมมาร์คือโครงสร้างพื้นฐานที่จะทำให้เราสามารถสื่อสารได้อย่างถูกต้อง

6. ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

เพื่อสร้างแวดล้อมการเรียนภาษาอังกฤษรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นการ

  •   เปลี่ยนภาษาโทรศัพท์เป็นภาษาอังกฤษ
  •   อ่านเมนูหรือป้ายภาษาอังกฤษ
  •   คิดเป็นประโยคอังกฤษในใจ ฝึกคิดเป็นภาษาอังกฤษกับสิ่งรอบตัว
  •   การดูหนังหรือซีรีส์พากย์อังกฤษ หรือซับไตเติลอังกฤษ
  •   ฟังเพลงภาษาอังกฤษ
  •   อ่านนิทานเด็กหรือข่าวภาษาอังกฤษ
  •   ติดตามเพจสอนภาษา หรือเพจโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ

การใช้ภาษาอังกฤษทุกวันจะเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยกับภาษาได้เร็วขึ้น

7. จดจำคำศัพท์จากประโยค

ยกตัวอย่างเช่นคำศัพท์อย่างคำว่า Improve เราไม่ควรจดจำคำศัพท์เดี่ยวคำเดียว แต่ควรจำเป็นประโยค เช่น

If you practice speaking every day, you will gradually improve your fluency. (หากคุณฝึกพูดทุกวัน คุณจะค่อยๆ พัฒนาความคล่องขึ้นได้เรื่อยๆ)

การจดจำประโยค จะช่วยให้เราเข้าใจบริบทและนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

8. อย่ากลัวที่จะผิด

ความผิดพลาดเป็นสิ่งที่คนเรียนภาษาอังกฤษหลายคนกลัว กลัวผิดแกรมมาร์ กลัวเรื่องของสำเนียงว่าคนอื่นจะฟังไม่รู้เรื่อง แต่สิ่งที่เราต้องทำความเข้าใจ คือถ้าอยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มจากการยอมรับให้ได้ว่าความผิดพลาด “เป็นเรื่องที่ดี” เพราะเราจะได้รู้ว่าควรแก้ตรงไหน โดยเฉพาะการพูดคุยกับครูสอนภาษาอังกฤษชาวต่างชาติ ที่จะช่วยแก้ไขข้อผิดพลาด ยิ่งพูดผิดก็ยิ่งรู้ว่าควรแก้ตรงไหน อยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มจากอะไร? ความกล้าที่จะผิดจะเป็นเทคนิคที่สำคัญ

9. ฝึกสม่ำเสมอ สร้างวินัยในการเรียนภาษาอังกฤษ

การฝึกภาษาอังกฤษ จำเป็นต้องมีความสม่ำเสมอในการเรียน ต้องอาศัยการทำซ้ำๆ เช่น การฝึกวันละ 15-30 นาทีทุกวัน จะได้ผลดีกว่าการนั่งเรียน 5 ชั่วโมงในวันเดียว แทนที่จะภาษาอังกฤษจะเป็นแค่วิชาหนึ่งในคลาส เราต้องทำให้การเรียนรู้ภาษาเป็น “ชีวิตประจำวัน” แทน

ตารางฝึกภาษาอังกฤษวันละ 30 นาทีสำหรับคนมีเวลาน้อย

นอกจากการเรียนในคลาสเรียนแล้ว การฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเองในเวลาว่างหรือสำหรับคนที่มีเวลาไม่มากหลายชั่วโมงต่อวัน ก็สามารถฝึกภาษาอังกฤษได้ เพียงแค่วันละ 30 นาทีก็สามารถทำได้ ด้วยตารางฝึกง่ายๆ ดังนี้

ช่วงเวลา กิจกรรม สิ่งที่ได้
0-10 นาที ฟัง Podcast หรือข่าวสั้น (ขณะเดินทาง/อาบน้ำ) ฝึกทักษะการฟังและจับใจความ
10-20 นาที อ่านบทความสั้นๆ 1 เรื่อง เรียนรู้คำศัพท์ใหม่และรูปประโยค
20-25 นาที จดคำศัพท์ใหม่ 3-5 คำ เพิ่มคลังคำศัพท์
25-30 นาที พูดสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้หน้ากระจก ฝึกการพูดและการเรียบเรียงความคิด

 

ตารางฝึกภาษาอังกฤษ, เรียนภาษาอังกฤษกี่เดือนถึงจะสื่อสารได้คล่อง

แกรมมาร์ภาษาอังกฤษที่จำเป็นสำหรับผู้เริ่มต้น มีอะไรบ้าง

Core Grammar ที่ใช้บ่อยที่สุด ถือเป็นก้าวเริ่มต้นสำหรับการเรียนรู้ Grammar หรือไวยากรณ์ที่ Advance ขึ้นไปอีก ซึ่งแกรมมาร์สำหรับผู้เริ่มต้นที่ใช้บ่อยและจะต้องเจอ เช่น

Tenses หลัก (3 Tenses):

  • Present Simple: ใช้พูดถึงความจริง นิสัย กิจวัตร (I eat rice.)
  • Past Simple: ใช้เล่าเรื่องในอดีตที่จบไปแล้ว (I ate rice yesterday.)
  • Future Simple: ใช้พูดถึงอนาคต (I will eat rice.)

Parts of Speech: รู้จักหน้าที่ของคำ (Noun, Verb, Adjective) เพื่อวางตำแหน่งในประโยคให้ถูก

Basic Sentence Structure: โครงสร้างประโยคพื้นฐาน ประธาน + กริยา + กรรม (S + V + O)

เรียนภาษาอังกฤษกี่เดือนถึงจะสื่อสารได้คล่อง?

จะขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของการฝึกทักษะภาษาอังกฤษ ระดับที่เก่งหรือสามารถสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่ว อาจใช้เวลาประมาณ 1-2 ปีขึ้นไป แต่สิ่งสำคัญคือต้องใช้ทุกวัน มีการฝึกฝนการพูดอย่างสม่ำเสมอ และไม่ควรไปโฟกัสที่เวลา แต่ควรโฟกัสที่ชั่วโมงบินมากกว่า เพราะยิ่งใช้มาก ก็ยิ่งทำให้การสื่อสารภาษาอังกฤษดียิ่งขึ้น

 

Guru English เรียนภาษาอังกฤษ

เรียนภาษาอังกฤษกับ Guru English ดีอย่างไร?

โรงเรียนสอนภาษา Guru English เรารู้ดีกว่าถ้าอยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มจากอะไร เราก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2005 มุ่งเน้นการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยมีครูเจ้าของภาษาที่มีทักษะสูงจากหลากหลายประเทศ เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา ที่เข้าใจการใช้ภาษาของนักเรียนไทย

  • ครูเจ้าของภาษาแท้จาก US/UK/Australia (เข้าใจปัญหาคนไทยสุด ๆ)
  • เน้นสนทนา + กิจกรรมสนุก ไม่ท่องจำ
  • คลาสเล็ก 4-12 คน ราคาเข้าถึงได้ 
  • หลักสูตร Oxford & Cambridge + ใบประกาศนียบัตรกระทรวงศึกษา (ใช้สมัครงาน โรงแรม สายการบิน เรียนต่อได้)
  • มีสาขากรุงเทพฯ และ เชียงใหม่ + คลาสออนไลน์
  • ได้รับรางวัลโรงเรียนภาษาดีที่สุด 10 ปีซ้อน
  • นักเรียนเห็นผลเร็ว กล้าพูดขึ้นใน 2-3 เดือน

ลองชมวิดีโอการเรียนภาษาอังกฤษของเรา Guru English

ถ้าหากสนใจเรียนภาษาอังกฤษ สามารถดูคอร์สของเราได้ เรามีให้เลือกด้วยกันหลากหลายคอร์สและช่วงอายุ

สามารถติดต่อเราได้ที่ guruenglishschool@gmail.com

เบอร์โทรศัพท์ : 093 228 8844

Line @guruenglish

ที่อยู่

สาขาเชียงใหม่: 32 ถนนสนามบินเก่า ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200

สาขากรุงเทพฯ: 47/19 ถนนงามวงศ์วาน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

Share on:
3 ข้อผิดพลาดไวยากรณ์ภาษาอังกฤษที่คนเอเชียมักทำ — และวิธีแก้แบบง่ายที่สุด

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Lorem ipsum dolor amet consecto adi pisicing elit sed eiusm tempor incidid unt labore dolore.

Add: 70-80 Upper St Norwich NR2
Call: +01 123 5641 231
Email: info@edublink.co

Online Platform

Links

Contacts

Enter your email address to register to our newsletter subscription

Icon-facebook Icon-linkedin2 Icon-instagram Icon-twitter Icon-youtube
Copyright 2026 EduBlink | Developed By DevsBlink. All Rights Reserved
Sign In
The password must have a minimum of 8 characters of numbers and letters, contain at least 1 capital letter
I want to sign up as instructor
Remember me
Sign In Sign Up
Restore password
Send reset link
Password reset link sent to your email Close
Your application is sent We'll send you an email as soon as your application is approved. Go to Profile
No account? Sign Up Sign In
Lost Password?
Guru English Logo
Sign inSign up

Sign in

Don’t have an account? Sign up
Lost your password?

Sign up

Already have an account? Sign in